
"ยี"ทาบแซมบ้า โม่แข้งคิงส์คัพ แถมกังหัน-ฟ้าขาว เลื่อนเตะปลายปี54
บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทาบ แซมบ้า บราซิล ยกชุดใหญ่พร้อมเชิญรองแชมป์โลก ฮอลแลนด์ หรืออาร์เจนตินา ร่วมศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 41 ที่โยกไปดวลเกือกในเดือน ธ.ค.ศกหน้า ร่วมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาในหลวง ศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก
ที่อาคารสำนักงานสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายในศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม "บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคม เป็นประธานการประชุมสภากรรมการบริหาร รวมถึงคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เพื่อสรุปผลงานในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดวางโปรแกรมการแข่งขันในฤดูกาลหน้า ให้สอดคล้องกับคิวแข่งขันของทีมชาติไทย โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 3 ชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้าการประชุมมีบรรดานักเรียน จากย่านหนองจอก และสโมสรสมาชิกหลายทีมเดินทางมาให้กำลังใจนายกสมาคม
ภายหลังการประชุม “บังยี” กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องกำหนดการเปิดตัวการเป็นเจ้าภาพฟุตซอลชิงแชมป์โลก ในปี พ.ศ.2555 อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มกราคม 2554 โดยซึ่งขณะนี้ฟีฟ่าได้เห็นชอบในการเพิ่มทีมเป็น 24 ทีมแล้ว โดยรูปแบบการแข่งขันจะแบ่งเป็น 6 สาย สายละ 4 ทีม ซึ่งสอดคล้องกับจังหวัดที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพรอบแรกเข้ามา 6 แห่ง โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน นัดหมายหารือสรุปเตรียมงานทั้งหมดหลังปีใหม่
“นอกจากนั้นเป็นเรื่องความเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการทีมฟุตบอลชาติไทย เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และติดตามประเมินผลทีมฟุตบอลชาติไทยทุกชุด ซึ่งในสายตาตอนนี้ที่เหมาะสมคือ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน แต่ทั้งนี้คงต้องมีการหารือเพื่อกำหนดรายชื่อ และทาบทามเข้ามาร่วมงานต่อไป ซึ่งเราจะเน้นไปที่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นหลัก โดยเชื่อว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของทีมชาติไทยได้ และเชื่อจะไม่เหมือนคณะกรรมการที่ผ่านมา ซึ่งมีปัญหาหลายอย่าง รวมถึงมีการลาออกของกรรมการบางคนก่อนหน้าด้วย”
นายกลูกหนังไทย กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากในปีหน้าจะเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ที่ประชุมเห็นชอบว่า ควรจะขยับฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 41 จากต้นปีไปแข่งขันระหว่างวันที่ 3-10 ธันวาคม ศกหน้า เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษนี้ โดยเบื้องต้นได้ทาบทามทีม "แซมบ้า" บราซิล แชมป์โลก 5 สมัยไปแล้ว และถือเป็นทีมเป้าหมายหลักที่จะเชิญมาแข่งขันในปีหน้า ส่วนนอกนั้นจะเป็น "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ รองแชมป์โลก 2010 หรือ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา และอีกทีมอาจเป็น "โคนม" เดนมาร์ก ในฐานะแชมป์เก่า หรือแชมป์ฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2011 ที่จะเตะกันที่กาตาร์ ส่วนสถานที่จะกำหนดอีกครั้ง
จากนั้นสื่อมวลชนได้ซักถามนายวรวีร์ ถึงผลงานของทีมชาติไทย โดยเฉพาะอนาคตของไบรอัน ร็อบสัน และสตีฟ ดาร์บี้ ซึ่ง "บังยี" กล่าวว่า อนาคตของ "ร็อบโบ้" จะกำหนดเอาไว้ที่การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่จะเริ่มในวันที่ 29 มิถุนายน 2554 ที่ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะต้องพาทีมเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศบราซิลในปี 2014 ให้ได้ ซึ่งหลังจากนั้นจึงจะสรุปถึงอนาคตของกุนซืออังกฤษอีกครั้ง สำหรับ สตีฟ ดาร์บี้ ตนยืนยันได้ว่า จะไม่มีบทบาทในการเป็นผู้ช่วย หรือวางแผนการทำทีมชาติไทยใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะตั้งโค้ชชาวไทย เข้าไปเป็นผู้ช่วยแทน
“สำหรับผลงานของทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจ การเล่นกับญี่ปุ่นได้อย่างสูสี ย่อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเด็กชุดนี้ ดังนั้นจะถือเป็นเป้าหมายหลักที่เราต้องพัฒนาทีมนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ต่อไปในอนาคตอันใกล้”
ทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้จัดเตรียมปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลในประเทศให้สอดคล้องกับทีมชาติไทยออกมาแล้ว และจะมีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์เป็นทางการของสมาคม www.fat.or.th ทันที นี้ แต่เบื้องต้น คิวเปิดสนามไทยพรีเมียร์ลีก ที่เดิมกำหนดวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ จะถูกเลื่อนออกไปแน่นอนแล้ว โดยจะไปเปิดสนามในช่วงต้นเดือนมีนาคมแทน เพื่อหลีกทางให้การเตรียมทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิกอย่างเต็มที่



