ข่าว

ทน.หาดใหญ่ขาย"น้ำแข็งแกะสลัก"

ทน.หาดใหญ่ขาย"น้ำแข็งแกะสลัก"

24 ธ.ค. 2553

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ชูกิจกรรมเด่น " หาดใหญ่ ไอซ์โดม" สถาปัตยกรรมแกะน้ำแข็งระดับโลก เผยดึง 20 ช่างฝีมือบินตรงจากเมืองจีน ระบุหนึ่งเดียวในอาเซี่ยน-ประเทศไทย ดึงนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ รายได้ปรับจากหลักหมื่นทะลุหลักแสน/วัน

 เป็นปีที่ 2 ของการจัดกิจกรรม "หาดใหญ่ ไอซ์โดม" ครั้งที่ 2  ซึ่งป็นสถาปัตยกรรมระดับโลก ในแบบน้ำแข็งแกะสลัก ของเทศบาลนครหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.53 -พ.ค.54 เป็นระยะเวลา 6 เดือน บริเวณ สวนสาธารณะ เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้กลายเป็นกิจกรรมที่ดึงนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่

 นายไพร พัฒนา นายกเทศมนตรี กล่าวว่า พูดได้ว่าเป็นที่ใหญ่และเป็นที่เดียวในประเทศไทยและในระดับอาเซี่ยน ที่เรามี ถาปัตยกรรมระดับโลก ในแบบน้ำแข็งแกะสลัก  มาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส  โดยการนำช่างจาก เมือง ฮาบิน ประเทศจีน จำนวน 20 คน  ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก มาทำหน้าที่แกะสลักน้ำแข็ง

 "เฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับช่างจำนวน 20 คน รวมถึงอุปกรณ์ และวัถตุดิบ คือน้ำแข็งที่ใช้ตลอดระยะเวลาที่มีการจัดกิจกรรมประมาณ 10 ล้านบาท  เพื่อนักท่องเที่ยว ตื่น ตา ตื่นใจกับสิ่งที่ได้เห็น โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงประเทศจีนถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน"นายไพร กล่าวและว่า

 และที่สำคัญ "หาดใหญ่ ไอซ์โดม" วันนี้ได้กลายเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มมากขึ้น  เมื่อเทียบกับการจัดครั้งที่ 1 เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา จากรายได้การเข้าชมจากเริ่มต้นที่หลัก 10,000 บาท/วัน  ขณะนี้ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 200,000-300,000 บาท/วัน  ทำให้ในปีนี้ทางเทศบาลได้มีการขยายเวลาจากปีที่ผ่านมาที่เคยจัดเวลา 3 เดือน ได้ขยายเป็น 6 เดือน และก่อสร้างอาคารเพิ่มเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมากหลายเท่า  ในขณะเดียวกันมีการเพิ่มเติมกิจกรรมเสริม ด้วยการนำดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิปมาจัดแสดงเพื่อสร้างสีสัน

  "ในครั้งนี้เราใช้เงินลงทุนสำหรับกิจกรรม "หาดใหญ่ ไอซ์โดม" ประมาณ 60 ล้านบาท  หลังจากในครั้งแรกเราลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท  ในขณะที่รายได้ในปีนี้เราตั้งเป้าไว้ที่ 80 ล้านบาท  ซึ่งผ่านประมาณ 1 เดือนเรามีรายได้เข้าประมาณ 5-6 ล้านบาท ทั้งๆที่เจอปัญหาน้ำท่วมไปหลายวัน" นายไพร กล่าวและว่า

 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้  เชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชม สัมผัส สถาปัตยกรรมระดับโลก ในแบบน้ำแข็งแกะสลัก  จะเพิ่มขึ้นจากปกติหลายเท่าตัวอย่างแน่นอน  ฉะนั้นเชื่อว่าตัวเลขประมาณ 80 ล้านบาทน่าจะเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน

 สำหรับการลงทุนในการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นนั้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า เป็นการหารายได้สำหรับการจัดกิจกรรมและต่อยอดการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ไม่ต้องรอเงินจากประมาณ  ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าท้องถิ่นก็มีศักยภาพในการสร้างกิจกรรมเพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่ได้ 

 "เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นยุคใหม่ต้องคิดเรื่องหารายได้ เพื่อทำกิจกรรมของตัวเอง โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากงบประมาณอย่างเดียว  จึงอยากฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว "หาดใหญ่ ไอซ์โดม" มีความภาคภูมิใจว่าเป็นที่เดียวและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ที่มีกิจกรรมระดับโลกเกิดขึ้น"

            อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาล วาเลนไทน์ ในปี หน้า ก็จะจัดกิจกรรม คู่รัก เย็นสุดขั้ว ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวรู้จัก "หาดใหญ่ ไอซ์ โดม" แพร่หลายมากขึ้น   นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าว

             นางสาวพรทิพานันท์ บุญสว่าง ฝ่ายการตลาด "Hatyai Ice Dome" กล่าวว่า  ขณะนี้ยอดเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่อวัน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความเป็นห่วงมากในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ได้ประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนัก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกือบ 2 เดือน ความเป็นห่วงเรื่องดังกล่าวก็ลดลง เพราะทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างมาเที่ยวชมความงดงามประติมากรรมโคมไฟน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน

 "ตอนนี้ยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมความงดงามของโคมไฟน้ำแข็ง ทั้งไทยและต่างชาติ เฉลี่ยแล้ววันละ 1,000-1,300 คน ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีมาก และมั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังเดือนธันวาคมเป็นต้นไป และในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้คาดว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมากขึ้น" นางสาวพรทิพานันท์ กล่าวและว่า

 ก่อนนี้เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยอมรับว่ายอดผู้เข้าชมน้อยมาก หลายฝ่ายก็เป็นห่วงกัน เฉลี่ยวันละ 500 - 1,000 คนเท่านั้น เนื่องจากขณะนั้นหาดใหญ่ประสบภัยน้ำท่วม นักท่องเที่ยวจึงเดินทางมาเที่ยวชมน้อย แต่หลังจากทุกฝ่ายเร่งฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของเมืองหาดใหญ่กลับคืนมา

             "ทางการตลาดเราก็ได้เร่งทำการประชาสัมพันธ์กันอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จัดทีมงานเจ้าหน้าที่การตลาดจำนวน 2 ทีม เดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุกภายในประเทศและต่างประเทศ ผลปรากฎว่า ได้รับกระแสตอบรับดีมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างชาวมาเลเซีย ได้เดินทางมาเป็นครอบครัวเข้าเที่ยวชมความงดงามของโคมไฟน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็มีเพิ่มจำนวนมากขึ้นเช่นกัน" นางสาวพรทิพานันท์ กล่าว