ข่าว

สสว.มองปีหน้าจีดีพีเอสเอ็มอีชะลอตัว

สสว.มองปีหน้าจีดีพีเอสเอ็มอีชะลอตัว

24 ธ.ค. 2553

สสว.ชี้สถานการณ์เอสเอ็มอีปีนี้ดีกว่าปี 52 รับผลดีแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว มองปีหน้าจีดีพีเอสเอ็มอีขยายตัว 3.2-3.5% ระบุเงินบาทแข็งส่งผลลบต่อเอสเอ็มอี

 นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวถึงสถานการณ์เอสเอ็มอีปี 2553 ว่า อัตราการขยายตัวของเอสเอ็มอี (จีดีพี)  จะขยายตัว 6.5-6.7% เพิ่มขึ้นจากการที่หดตัว 2.4% ในปี 2552 เป็นผลจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทั้งด้านการส่งออก การนำเข้าสินค้า การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นมาก ส่วนในปี 2554 คาดว่าจีดีพีเอสเอ็มอีจะขยายตัว 3.2-3.5% ชะลอตัวลงจากปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวและแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท

 สำหรับสถานการณ์เอสเอ็มอีในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2553 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีปรับเพิ่มขึ้น โดยดัชนีมูลค่าเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 100.69 จากระดับ 97.59 ในเดือนกันยายน ขณะที่ดัชนีมูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 114.3 จากระดับ 113.16 แต่หากเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนค่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีได้ปรับลดลง โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2552 ดัชนีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 10.4.80 มูลค่าผลผลิตอยู่ที่ 123.48 รวมทั้งดัชนีแรงงานการส่งสินค้าและอัตราการใช้กำลังการผลิตปรับลดลงเช่นกัน

 อย่างไรก็ตาม ดัชนีภาคการผลิตรายภูมิภาคในกลุ่มยานยนต์ และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหาร และผลิตภัณฑ์ไม้ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการบริโภคและตลาดส่งออกของไทยฟื้นตัว

 ทั้งนี้ จากผลการสำรวจ พบว่า การแข็งค่าของเงินบาทและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลลบต่อดัชนีเอสเอ็มอี เนื่องจากปัญหาหนี้สินในยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้รับผลกระทบส่งผลให้ค่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง