ข่าว

ประชาธิปัตย์จัดให้

ประชาธิปัตย์จัดให้

24 ธ.ค. 2553

การที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ฉายาพรรคประชาธิปัตย์ว่า “อิเหนาหุ้มเกราะ” ด้วยเหตุผลว่าในสมัยที่เป็นฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์เคยโจมตีนโยบายประชานิยมของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยไว้อย่างมาก

แต่ครั้นเมื่อมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์กลับไม่รีรอที่จะนำนโยบายประชานิยมมาใช้ นับแต่เรื่องเช็คช่วยชาติ 2 หมื่นล้านบาท และเรื่องอื่นๆ เข้าทำนอง “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” แถมยังเป็นอิเหนาที่มีเกราะเหล็กห่อหุ้มอย่างแน่นหนาอีกต่างหากนั้น ดูจะสอดคล้องกับการที่พรรคประชาธิปัตย์ภูมิใจเสนอนโยบายประชาวิวัฒน์ออกมาในช่วงนี้

 นโยบายประชาวิวัฒน์ได้รับการวิพากษ์จากพรรคเพื่อไทยว่าเป็นการนำนโยบายหลายๆ เรื่องของพรรคไทยรักไทยมาตัดต่อพันธุกรรมและใส่ชื่อใหม่ให้ดูเป็นผลงานชิ้นเอกของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่หลายๆ ฝ่าย เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นการนำเงินของชาติหรือเงินในอนาคตมาหาเสียงล่วงหน้า

 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเงินดังกล่าวยังขาดนโยบายและการจัดการที่ชัดเจน อันอาจก่อให้เกิดการหายหกตกหล่นระหว่างทาง หรือเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครั้งใหญ่ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสียเปล่าโดยปราศจากการงอกเงยหรือความคุ้มค่า รวมทั้งจะเป็นการก่อปัญหาหาด้านการเงินแก่ประเทศในระยะยาว และเป็นการสร้างภาระแก่รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไป ทั้งยังเป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่ดีต่อการเมืองของไทยในอนาคต

 อันที่จริงก็เป็นเรื่องปกติที่พรรคซึ่งเป็นรัฐบาล จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามในการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนข้าราชการในท้องที่ การอัดฉีดหัวคะแนน หรือหาทางช่วงชิงคะแนนนิยมจากประชาชน ต่างกันที่รัฐบาลซึ่งคำนึงถึงประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นใหญ่ จะดำเนินนโยบายที่นำไปสู่การพัฒนารายได้ชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างยั่งยืน มากกว่าจะคิดถึงเพียงแค่โครงการที่ฉาบฉวยซึ่งไม่บังเกิดผลอย่างจริงจังในระยะยาวต่อประชาชน

 รัฐบาลทุกรัฐบาลมีหน้าที่สำคัญคือการทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ซึ่งเมื่อเป็นหน้าที่แล้วก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องมีความรับผิดชอบและดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จ โดยไม่แอบอ้างเอาบุญเอาคุณกับประชาชน และรัฐบาลก็จะต้องเอาความต้องการของประชาชนเป็นที่ตั้ง พิจารณาให้ลึกซึ้งถึงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น และแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จะดีกว่าการหว่านเม็ดเงินออกไป โดยไม่ได้มีการวางแผนที่จะทำให้เงินนั้นงอกเงย การวางแผนที่ดีและรอบคอบจะทำให้เงินที่รัฐลงไปกลายเป็นทุนที่จะกลับมาพัฒนาชุมชนนั้นๆ

 รวมทั้งคืนมาสู่ภาครัฐและเอกชนในรูปของภาษีอากรและการกระจายรายได้ในอนาคต นอกจากนี้รัฐบาลก็ควรต้องคิดถึงการเกื้อกูลและแบ่งเบาภาระของประชาชนด้วยการให้ความสำคัญต่อระบบสวัสดิการสังคม สร้างสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางสังคม และขจัดการคอรัปชั่นอยางจริงจัง

 พรรคประชาธิปัตย์อาจจะมีอาการที่เรียกว่า “เกลียดตัวกินไข่” คือไม่ชอบคำว่าประชานิยม แต่เห็นว่านโยบายนี้ของพรรคไทยรักไทยยังสามารถครองใจประชาชนอยู่ จึงได้หยิบฉวยมาใช้ใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกครับว่านโยบายดังกล่าวของพรรคประชาธิปัตย์จะใช้ชื่อว่าประชานิยม ประชาวิวัฒน์ หรือประชาธิปัตย์จัดให้ แต่ความสำคัญอยู่ที่เจตนารมณ์และเนื้อหาของนโยบายมากกว่า ว่าได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด และในฐานะของพรรคการเมืองหลักของประเทศไทยในเวลานี้ พรรคประชาธิปัตย์น่าจะต้องคิดถึงการวางพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ของไทยในระยะยาว มากกว่าการจะคิดถึงเพียงแค่การเอาชนะเลือกตั้งในวันสองวันข้างหน้านี้เท่านั้น

 และพรรคประชาธิปัตย์ควรจะต้องลงมือทำงานแบบลุยน้ำลุยโคลนจริง ๆ เสียที แทนที่จะมัวแต่ประแป้งแต่งตัวขึ้นไปนั่งตีขิมบนกำแพง อย่างที่แล้วๆ มา