
ขุมทรัพย์แรงงาน
การจับกุมส่วนหนึ่งของขบวนการสวมสิทธิ์แรงงานต่างด้าวของ บก.สส.สตม.เป็นการกระชากหน้ากากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นภาครัฐได้ดียิ่ง
ทำเอาการปลอมบัตรต่างด้าวที่ผ่านมาชิดซ้ายไปทันที
เพราะเมื่อการสวมสิทธิ์ต่างด้าวในใบ ทร.38/1 เสร็จสมบูรณ์ แล้วนำไปขอทำหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน
เอกสารที่ได้มาก็ดูเหมือนจะถูกต้องหรืออย่างน้อยก็น่าจะถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมาทันที ?!!
ไม่มีตัวเลขชัดเจนว่ามีการทำปลอมกันมาเท่าไร ที่รู้คือทำกันอย่างเอิกเกริกเบิกบานมานานนมแล้ว
มีสำนักงานทะเบียนท้องถิ่นหลายแห่งปรากฏอยู่ในหลักฐานบนมือของชุดสืบสวน
เริ่มจากนายหน้าใหญ่ ตัวแทน คนเดินเอกสาร ผู้นำพา สุดท้ายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้ออกใบ ทร.38/1
ตัวเลขกลมๆ ที่แรงงานต่างด้าวต้องเสียอยู่ที่ 2 หมื่นบาท
คิดง่ายๆ สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นทำวันละ 10 คน เดือนหนึ่งก็ตก 6 ล้านบาท ปีละ 72 ล้านบาท ?!!
เป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ ใครก็หวังเสพสูบ แรงงานเองก็เต็มใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยพะวงว่าจะถูกจับ
ชุดสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.สตม.เปิดปากแผลแล้ว ผู้มีอำนาจต้องสานต่อ
จะรอให้ตำรวจทำงานฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน
ที่สำคัญต้องแก้กันทั้งระบบ ตำรวจ ตม.ทำหน่วยเดียวไม่ได้
มันเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ?!!
นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่รอดปลอดโปร่งจาก 2 คดียุบพรรคแล้ว หันมาใส่ใจเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก
หรือถ้างานมากก็สั่งให้ “ปู่จิ้น” มท.1 ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ลงมาดูแลรื้อระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเสียใหม่
ถ้ามองว่าเป็นเรื่องเล็กมันก็เล็กตามเจตจำนง แต่ถ้าประสงค์ให้ความสำคัญว่าใหญ่มันก็กระทบหลายด้าน
ไหนจะเรื่องความมั่นคงที่รัฐไทยห่วงใยนักหนา
คุมแต่เหลืองกับแดงจนตอนนี้ต่างด้าวถือหนังสือเดินทางปลอมกันเต็มบ้านเต็มเมือง
อย่าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หรือทำหูทวนลม
บ้านเมืองจะพังก็เพราะข้าราชการเห็นแก่ตัวนี่แหละ ?!!
อนลัส
[email protected]



