ข่าว

รายงาน-"คิดตัดสัญญาณทุกวัน...แต่ทำไม่ได้"

รายงาน-"คิดตัดสัญญาณทุกวัน...แต่ทำไม่ได้"

06 เม.ย. 2552

เป็นรัฐมนตรีที่ "งานเข้า" มากที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้

 ไหนจะถูกรุมสกรัมจากสังคม ตลอดจนเพื่อนสมาชิกในพรรคแล้ว ยังถูกตั้งค่าหัวจากกลุ่มเสื้อแดงอีกต่างหาก

 สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะกำกับดูแลสื่อของรัฐ จึงต้องวิ่งวุ่นตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอตอย่างหนัก

 ทั้งงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ทั้งงานกำกับดูแลการใช้สื่อของฝ่ายเสื้อแดง จนกลายเป็น "รมต.หน่อมแน้ม" ในสายตาของสาธารณชนไปแล้ว

 กระนั้น "สาทิตย์" ก็ยังยืนยันในแนวทางที่เดินมา

 โดยเฉพาะแนวทาง "ไม่เต้นตามเกม" ของฝ่ายตรงกันข้าม

 # ผ่านมาแล้ว 3 เดือน งานมันออกช้าไปมั้ย ?
 การปฏิรูปสื่อภาครัฐ ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาสะสมกันมา 8 ปี 10 ปี จากระบอบทักษิณซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วยังมีเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ต้องทำความเข้าใจกัน ในส่วนของวิทยุนั้น ท่านนายกฯ ก็ได้มอบนโยบายคลื่นสีขาว ซึ่งเป็นคลื่นสำหรับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว 24 ชั่วโมง ก็ต้องบอกว่าไม่ทันใจ แต่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ควรจะเป็น มีคนบอกว่ารัฐบาลยุคก่อนเข้ามาปุ๊บ ทำทันทีเลย แต่นั่นเขาเตรียมมาเป็นปีแล้ว และทำ 7- 8 ปีมาแล้ว

 # วางแนวทางของสื่อรัฐไว้อย่างไร ?
 ความตั้งใจของผม คือ ต้องการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์การทำข่าวใหม่ทั้งหมด เราได้วางคอนเซ็ปต์ให้เป็น “ข่าวดีประเทศไทย” ตั้งใจจะลดสีสันความขัดแย้งต่างๆ ลง แต่โชคไม่ดี วันเปิดตัววันที่ 1 เมษายน ยังอยู่ในภาวะวิกฤติความขัดแย้งทางด้านการเมืองรอบใหม่ที่ปะทุขึ้นมา และผมก็มีแรงกดดันมากจากทุกฝ่าย จากทุกสี จากฝ่ายของตัวเองด้วย ผมก็เลยคิดว่า แนวที่เราเดินควรให้มีรายการที่ตอบสนองการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ เคารพความคิดเห็นของทุกฝ่าย มีพื้นที่ดีๆ เป็นสถานีข่าวดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

 # แต่ก็ยังมีงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ผลงานรัฐบาล ที่ก็เหมือนไม่มีอะไรเด่นชัดเหมือนกัน ?
 เราปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ที่ถูกกระทบไปแล้ว คนรอบข้างท่านก็บอกว่า 1.ท่านคงพูดไม่ได้ 2.คนรอบข้างรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะพูด ดังนั้นเราก็ยากที่จะทำ และในเวลาเดียวกันกับการใช้แนวทางไปรุกที่ต่างประเทศ การให้คุณกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ออกมาแถลงโต้กรณีพาสปอร์ตก็เกิดจากการที่ฝ่ายเราคุยกัน หรือให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ได้ทำไป

 # งานประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจในการสมานฉันท์ของบ้านเมือง จะเดินต่ออย่างไร ?
 ยอมรับว่าเรื่องนี้ยากมากที่สุด เดิมยุทธศาสตร์ของรัฐบาลก่อนที่คุณทักษิณจะออกมาเล่นประเด็นแหลมคม คือ การสร้างพื้นที่ดีให้เกิดขึ้นว่ารัฐบาลทำงาน และไม่อยากทะเลาะกับใคร แต่พอโดนคุณทักษิณโยนระเบิดตูมเข้ามา ก็คงจะต้องเปลี่ยนกลับมาเดินยุทธศาสตร์ 2 แนว คือ 1.รัฐบาลก็ทำงาน และ 2.เราต้องชี้ให้เห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็เล่นเกมแรงเหมือนกัน ดังนั้นการเปิดเกมแรงอย่างนี้ก็ทำให้รัฐบาลต้องชี้แจงตอบโต้เปิดเกมรุกในบางประเด็นและต้องเร่งทำยุทธศาสตร์เชิงรุกมากขึ้น

 # คนจะมองเทียบกันระหว่างรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลทักษิณว่าความเข้มข้นต่างกัน ?
 ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรม ไม่ได้แก้ตัว คือ เราจะเอา 8 ปีของคุณทักษิณ มาเทียบกับ 90 วันของรัฐบาลนี้ คงยาก แต่ผมก็ยอมรับว่ายุคของคุณทักษิณเป็นยุคที่อลังการงานสร้างมาก ยุคคุณทักษิณไม่มีภาวะทางการเมืองแบบปัจจุบันนี้ แต่เราเป็นรัฐบาลในภาวะวิกฤติ และข้าราชการในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ใครเป็นคนของใครก็ไม่รู้ เรามาบริหารท่ามกลางสื่อที่คุณทักษิณทำไปแล้วส่วนหนึ่ง สื่อต้องยอมรับว่ามีจำนวนมากที่ยังฝักใฝ่อยู่กับคุณทักษิณ
 
 # แต่ประชาชนก็ให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้เยอะ ทำไมรัฐบาลยังทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือเพราะไม่ทันเกม ?
 คือคุณทักษิณเขาเป็นนักบริหาร พอเขาเข้ามาเป็นรัฐบาลปี 2544 เลยควบรวมพรรคการเมืองต่างๆ คุณทักษิณเปรียบตัว รมต.เป็นนักฟุตบอล เปลี่ยนตัวง่าย ทำให้ขับเคลื่อนง่าย ซึ่งมันแตกต่างกับรัฐบาลชุดนี้ ขณะเดียวกันบริบททางการเมืองที่คุณทักษิณเข้ามา ฝ่ายค้านเป็นประชาธิปัตย์ให้โอกาสทำงาน มีการตรวจสอบตามระบบทุกอย่าง ไม่มีจัดม็อบ ไม่มีปาไข่ ไม่มีตีนตบ

 # แต่พรรคก็รู้อยู่แล้วว่า เมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วต้องเจอเรื่องอย่างนี้ การเตรียมการรับมือก็น่าจะทำได้มากกว่านี้ ?
 เราโชคร้ายที่มีคุณทักษิณเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านสมัยเราไม่เคยเล่นนอกระบบ ส่วนที่ว่าเราตามเกมเขาไม่ทันหรือเปล่านั้น คุณรู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่การจะไปตอบโต้เขา มันมีข้อจำกัด ที่สำคัญคุณทักษิณทำมากกว่าที่ใครเคยทำมาในประเทศ คือ จัดตั้งมวลชนแล้วมาด่าองคมนตรีโดยตรง ถ้ารัฐบาลนี้ทำทุกอย่างโดยใช้วิธีที่ผิดกฎหมาย อยากถามว่ารัฐบาลชนะหรือไม่

 # กรณีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้น คนใต้และคนหลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลโต้ตอบคุณทักษิณล่าช้า เกรงว่าจะกระทบฐานเสียงทางภาคใต้บ้างหรือไม่ ?
 ถึงบอกว่าคิดตัดสัญญาณทุกวัน แต่ทำไม่ได้ในเชิงของข้อกฎหมาย แต่ทันทีที่เกิดการพาดพิงขึ้นมา ฝ่ายความมั่นคงก็พูดคุยกันทุกวัน แต่รัฐบาลต้องวางท่าทีให้ชัดเจนก่อน เพราะปัญหานี้กระทบกับฝ่ายอื่น ถ้าคุณไปกำหนดว่าปัญหาเป็นอย่างไร การปฏิบัติก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คุณพร้อมจะดึงตรงนั้นเข้ามาสู่วังวนความขัดแย้งหรือเปล่า

 # แต่ก็มีเสียงบ่นว่ารัฐบาลยังไม่ออกมาปกป้องเท่าไหร่ เหมือนทำน้อยไปหน่อยหรือไม่ ?
 รัฐบาลนี้ปกป้องสถาบันอยู่แล้ว นายกฯ ก็ออกมาพูดด้วยตัวเอง คนอื่นๆ ก็ทำ และขณะนี้กลุ่มมวลชนต่างๆ ก็เคลื่อนออกมาให้การสนับสนุน เราไม่กลัวหรอกที่จะปกป้องความถูกต้อง ถ้าสิ่งที่เราทำถูกต้อง แต่กรณีของ พล.อ.เปรม ต้องยอมรับว่าเขาทำนานแล้ว ที่ผ่านมาทำไปหลายเรื่องและกระทบไปถึงส่วนอื่น ก็จัดการกันไปแล้ว

 ยศวดี หงษ์ทอง