
ฮุนเซนเปิดบ้านรับประวิตรพิสูจน์ร่องรอย'ทักษิณ'
เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปลุกระดมมวลชนให้ชุมนุมใหญ่วันที่ 8 เมษายน ปิดหนทางเจรจาอันเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความสงบสันติ การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จึงมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่เหตุรุนแรง และความสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความเคลื่อนไหวแบบไร้ร่องรอยด้วยพาหนะเลิศหรู เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว อภินันทนาการจาก เหยียน ปิน ซี้ปึ้กที่เมืองจีน ทำให้การควานหาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก และเป็นปัญหากระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
วิดีโอลิงก์ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น เมื่อสังเกตฉากหลังแล้วปฏิเสธไม่ได้ว่า ระหว่างนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ไปไหน ขณะเดียวกัน ก็มีข้อสังเกตว่าสัญญาณที่ส่งมานั้น แทบจะเรียกได้ว่า เกือบจะไม่มีความแตกต่างจากการถ่ายทอดสด มีการ "ดีเลย์" หรือช้ากว่าปกติแค่ไม่ถึงวินาที
นั่นจึงเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า ที่บอกว่า อยู่ประเทศแถบแอฟริกานั้นเอาเข้าจริง ใช่อยู่แถวเพื่อนบ้านเรานี้เองหรือไม่
เรื่องนี้ สปป.ลาว ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ไม่ให้ใครมาใช้พื้นที่เพื่อเล่นการเมือง
เมื่อไม่ใช่ลาว ไม่ใช่พม่า ไม่ใช่มาเลเซีย "กัมพูชา" จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด ทั้งด้วยเหตุผลของการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ และความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ สมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา
ระหว่างที่ข้อสงสัยยังไม่ได้รับการพิสูจน์ จู่ๆ ก็เกิดเรื่องขึ้นมาในแนวตะเข็บชายแดนเขตติดต่อกับกัมพูชา ใกล้กับเขาพระวิหาร
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เกิดการปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารเขมร เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 9 ราย
ถึงแม้ สมเด็จฮุน เซน จะให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติก่อนหน้านี้ว่า หากทหารไทยล้ำแดน ก็จะยิงทันทีโดยไม่มีการเตือน แต่จังหวะการปะทะกันนั้นเป็นจังหวะเดียวกับการเมืองภายในของไทยกำลังปั่นป่วน
เช่นเดียวกับการปะทะกันก่อนหน้านี้ ในสมัยรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขณะเสื้อเหลืองกำลังรุกไล่รัฐบาล ก็เกิดเหตุปะทะกันที่บริเวณนี้
ในวันนี้ เสื้อแดงก็กำลังรุกไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ...นี่คือเรื่องบังเอิญ หรือมีใครจัดการให้เกิดเหตุที่ดูเหมือนบังเอิญ
หลังเหตุปะทะก็เกิดข่าวลือทันทีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไปโผล่อยู่ที่ กรุงพนมเปญ เข้าพักในบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของ สมเด็จฮุน เซน
ก็เข้าเค้า !! ...ข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้เรื่องสัญญาณภาพ-เสียงที่ดีเลย์เพียงเล็กน้อย นั่นประการหนึ่ง แต่เหตุผลที่สนับสนุนก็คือ ระยะทางจากกัมพูชามาไทยนั้น ต้องเรียกว่า ใกล้และสะดวกสบายมาก ไม่ว่าทางบกหรืออากาศ
ยิ่งใกล้ ก็ยิ่งทำให้การตัดสินใจสั่งการในวันชุมนุมใหญ่ที่ 8 เมษายน ยิ่งง่าย และชัดเจน
อาจมีคำถามว่า แล้วเกี่ยวอะไรกับเหตุกระทบกระทั่งกันที่ชายแดน ?
คำตอบจากนักยุทธศาสตร์ชี้ว่า เมื่อเกิดเหตุปะทะ ก็ย่อมจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ปกติ การร้องขอเข้าไปตรวจสอบ หรือกระทั่งตามจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ย่อมเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก กว่าจะกัมพูชาจะรับปาก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็อาจบินปร๋อ ไปนอนตีพุงคุยกะหนุงกะหนิงกับซี้คนใหม่ ที่นิการากัว เรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้ว่า สมเด็จฮุน เซน จะพยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเปิดบ้านรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อมคณะนายทหาร ที่จะบินไปเจรจาความถึงกรุงพนมเปญ ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน หลังจากชัดเจนแล้วว่า ไทยสั่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วด่วนจี๋
เพื่อความโปร่งใส ไม่ต้องส่งสายลับเข้าสืบเสาะให้เสียเวล่ำเวลา
แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า หากอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ตอนนี้กลายเป็นนักโทษหนีคุกไปพำนักที่นั่นจริง การไปดูสถานที่ของคณะพล.อ.ประวิตร ก็น่าจะได้พบเพียงแค่คำเล่าลือ คงไม่ใช่หลักฐานที่จะย้อนไปจับโกหกกัมพูชาเป็นแน่
เพราะข่าวล่าสุดนั้น "กองบัญชาการวันที่ 8 เมษายน" ได้เปลี่ยนสถานที่ไปแล้ว
เหมือนรบแบบกองโจรไม่มีผิด "เอ็งมา ข้ามุด เอ็งหยุด ข้าแหย่ เอ็งแย่ ข้าตี เอ็งหนี ข้าตาม"
ถ้ารัฐบาล-กองทัพ ยังไม่เด็ดขาด สถานการณ์ความมั่นคงของไทย ก็ยังจะเป็นไปแบบนี้อีกนาน และแน่นอนว่า เพื่อนบ้านก็จะอาศัยจังหวะที่เราอ่อนแอ แหย่-หยั่งเชิง กวนใจไม่มีวันหยุด
ทีมข่าวความมั่นคง



