
"ถาวร"ดูงานไอร์แลนด์เล็งผุดศาลชารีอะห์
"ถาวร"เครื่องร้อน แถลงผลงานดูงานไอร์แลนด์ ชูโมเดล"เปิดที่พื้นที่กว้าง"เล็งผุดศาลชารีอะห์ หยุดงานวันศุกร์เข้ามัสยิด - เสริมการใช้ภาษายาวี
(23ธ.ค.ป เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย แถลงผลการดูงานประเทศไอร์แลนด์ เรื่อง ผลจากการไปดูงานวิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไอร์แลนด์เหนือ กับสหราชอาณาจักร หลังกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อเวลา 06.00 น. เช้าวันที่ 23 ธ.ค. มาว่า พื้นฐานเรื่องนี้ไอร์แลนด์เหนือไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร โดยพบว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความรุนแรงจนมีประชาชนทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐ และประชาชนเสียชีวิตประมาณ 4,000 - 5,000 คน ในรอบ 30 ปี
ทั้งนี้ความขัดแย้งดังกล่าวมีเหตุการณ์ที่รุนแรงเป็นระยะๆ โดยการแก้ปัญหาระหว่างชาวไอริช และสหราชอาณาจักร มีการใช้วิธีเจรจา ควบคู่ไปกับการใช้กฎหมายควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีจับกุมฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับสหราชอาณาจักรประมาณ 30,000 คน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาได้สำเร็จ หรือที่เรียกว่า “Good Friday agreement” ในปี 1998 เพื่อเปิดให้ชาวไอริชเข้ามามาส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น แต่กองกำลังติดอาวุธไอร์อาเอไม่ได้ยอมรับข้อตกลงนี้แต่อย่างใดทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ
นายถาวร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้ตกผลึกจากการดูงานครั้งนี้ พบว่าแต่ละประเทศไม่สามารถพิมพ์เขียวร่วมกันได้ เพราะคนละเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาการตกลงคงใช้กับประเทศไทยไม่ได้ อย่างไรก็ตามในเรื่องการเปิดพื้นที่นั้น พบว่าหลายรัฐบาลที่ผ่านมา อาทิ รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบาลนายสุรยุทธ์ จุลานนท์ รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ได้เปิดพื้นที่กว้างให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการที่รัฐบาลจะเน้นหลักการยอมรับความแตกต่างหลากหลายให้มากขึ้น ส่วนการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ 4 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภารใต้ ทั้ง อ.เบตง จ.ยะลา อ.แม่ลาน จ.ปัตตนานี จ.นราธิวาส คือ อ.แว้ง และอ .สุคิริน หากมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็จะใช้ พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายใน (พรบ. ความมั่นคง) แทน
นายถาวร กล่าวต่อว่า เรื่องการนิยามคำว่า“เปิดพื้นที่กว้าง” ที่รัฐบาลต้องการทำให้เป็นรูปธรรม คือ การจัดตั้งศาลชารีย์อะ ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องไทยมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดอยากได้ โดยศาลดังกล่าวเป็นศาลที่พิจารณาคดีที่มีคู่ความทั้งสองฝ่ายเป็นมุสลิม มีคดีพิพาท เรื่องครอบครัว และมรดก เพราะความสัมพันธ์ในเชิงครอบครัวและมรดกหลักกฎหมายอิสลาม ถือว่าเป็นกฎหมายเหมือนกันทุกประเทศ โดยจะใช้ไม่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง โดยมีการยกร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลตามหลักอิสลามขึ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของกระทรวงยุติธรรม รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดได้มีวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับหลักความเชื่อ เช่น การหยุดงานในวันศุกร์และวันเสาร์ เพื่อให้ได้ทำพิธีทางศาสนา หรือภาษาพูดที่พี่น้องในพื้นที่เรียกร้องว่าอยากให้โรงเรียนในพื้นที่ยังคงไว้ซึ่งภาษายาวี



