
ธิดายังไม่ยื่นประกันตัว7แกนนำนปช.
พบรถตุ๊กตุ๊ก "แดง คชสาร" จอดทิ้งข้างถนน ตำรวจวิทยาการตรวจหาคราบเลือดเชื่อมโยงคดีฆ่า บึ้มห้องอาบน้ำวัดแช่ช้างสันกำแพงคืบ พบภาพวงจรปิด มือจุดระเบิดเป็นชายขี่จยย.ซ้อนหญิงก่อนเดินเข้าวัดไปก่อเหตุ ตำรวจยังไม่ทราบปมก่อเหตุ
(23ธ.ค.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีการยื่นประกันตัวตัวแกนนำนปช.ทั้ง 7 คนว่า ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการยื่นขอประตัวแกนนำนปช.ทั้ง 7 คนที่ถูกคุมขัง หรือเซ็นขอประกันตัวใดๆ โดยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นเพียงการเซ็นหนังสือร้องทุกข์เท่านั้น เนื่องจากยังคงรอให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ทำเรื่องให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะยื่นเรื่องขอประกันตัว เพราะการจะยื่นเรื่องประกันใหม่ต้องการให้มีเอกสาร หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมที่แตกต่างจากเดิม หากยังไม่มีแล้วยื่นเรื่องขอประกันไป ก็จะไม่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ขณะที่ครั้งนี้เอกสารที่ตั้งใจจะยื่นประกอบการขอประกันตัวเป็นเอกสารจากศอฉ.ที่ไม่ค้านการประกัน และเอกสารต่างชาติจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงเอกสารจากกรมคุ้มครองสิทธิฯด้วย
อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการยื่นค้านการประกันตัว 5 แกนนำ เว้นไว้เพียงแค่ นพ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทองว่า กรณีนี้อาจสร้างความเข้าใจผิดให้คนเสื้อแดงได้ เนื่องจากตนเป็นภรรยา นพ.เหวง รวมทั้งเกรงว่าการให้ข่าวเตรียมค้านประกัน 5 แกนนำนั้น เหมือนเป็นการส่งสัญญาณไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องพิจารณาเรื่องคำขอประกันด้วย ซึ่งไม่เหมาะสม
ด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายนปช.กล่าวว่าว่า 7 แกนนำ ได้เซ็นเพียงเอกสารเพื่อยื่นต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อประกอบกับการขอยื่นประกันตัวต่อศาลเท่านั้น ไม่ใช่การเซ็นเอกสารเพื่อขอยื่นประกันตัวต่อศาล ถือเป็นความคลาดเคลื่อน ทางทีมกฎหมายอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพื่อขอยื่นประกันตัวต่อศาล โดยในวันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม ทีมทนายความนปช.จะรวบรวมเอกสาร เพื่อขอยื่นประกันตัวแกนนำ นปช. ต่อศาล
ตรวจหาคราบเลือดตุ๊กตุ๊ก"แดง คชสาร"
ความคืบหน้ากรณีพบศพนายน้อย บรรจง หรือ "แดง คชสาร" อายุ 52 ปี แนวร่วมคนเสื้อแดงและดีเจวิทยุชุมขนของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 18 นัด มือกำยาบ้า 7 เม็ด เสียชีวิตในป่าเขต อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 23 ธ.ค.ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมตำรวจวิทยาการ เข้าตรวจสอบรถตุ๊กตุ๊กสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน สก 770 เชียงใหม่ ของนายน้อย ที่พบจอดทิ้งไว้ริมถนนในโครงการบิสสิเนสฟาร์ค ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ .เชียงใหม่
จากการตรวจสอบพบรถอยู่ในสภาพปกติ ภายในรถพบอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งแปรงฟัน รองเท้า เสื้อผ้า และพบตระกร้าใส่เงินมีเงินเหรียญสิบและเหรียญห้าประมาณ 100 บาท ตำรวจวิทยาการได้เก็บลายมือแฝงและเศษ ดินใต้บังโคลนรถและที่ติดในร่องยางล้อรถไปตรวจสอบ ก่อนจะชักลากรถตุ๊กตุ๊ กคันดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียด โดยจะตรวจหาร่องรอยคราบเลือดว่ามี หรือไม่เพราะนายน้อยอาจถูกฆ่าก่อนขนศพไปทิ้งอำพราง
พ.ต.ท.สัมพันธ์ ศิริมา รอง ผกก.สส.สภ.แม่ปิง ระบุว่า ก่อนเข้าตรวจสอบได้มีชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งว่าพบรถตุ๊กตุ๊กจอดทิ้งไว้หลายวัน จึงเข้าตรวจสอบและจากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนพบว่ามีชื่อนายน้อยเป็นเจ้าของ ส่วนจะพบ หลักฐานที่เป็นประโยชน์กับคดีหรือไม่ต้องรอผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์มาประกอบ ส่วนทางการสืบสวนต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อความชัดเจน
รายงานแจ้งว่าก่อนเสียชีวิต นายน้อย หรือ แดง คชสาร ได้พูดผ่านรายการวิทยุชุมชนอ้างว่าถูกชายชุดดำเฝ้าสะกดรอย จนทำให้ไม่กล้าอยู่บ้าน ในแต่ละคืนต้องออกนอนตามปั๊มน้ำมันเพราะกลัวถูกฆ่ากระทั่งพบเป็นศพในที่สุด
เผยมือจุดระเบิดเป็นชายขี่จยย.ซ้อนหญิงเดินเข้าวัด
พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยความคืบหน้าคดีเหตุระเบิด 3 ครั้งต่อเนื่องกันในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าขณะนี้มีความคืบหน้าแล้ว โดยเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานทั้งจากพยานบุคคลและพยานทางเทคโนโลยี คือ ภาพวิดิโอวงจรปิดแล้ว ทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายแต่งกายลักษณะเป็นชาวบ้านอายุประมาณ 30-40 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีหญิงซ้อนท้าย จากนั้นส่งหญิงแยกออกไปทำธุระ ส่วนชายได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้แล้วเดินเข้าไปในวัดมุ่งไปยังห้องอาบน้ำแล้วนำเอาวัตถุระเบิดแรงดันต่ำซึ่งทำขึ้นจากท่อแอสลอนและดินเทา นำเข้าไปจุดชนวนก่อนจะเดินออกมาแล้วหลบหนีไป
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เกี่ยวข้องกับกลุ่มไหนหรือมีแรงจูงใจอย่างไรในการจุดระเบิดยังอยู่ระหว่างสืบสวนต่อ ส่วนเหตุระเบิดในสองครั้งแรก คือ ที่ห้องน้ำชายสาธารณะบริเวณที่ว่าการอำเภอสันกำแพง ใกล้กับสภ.สันกำแพงในช่วงดึกวันที่ 19 ธันวาคม 2553 กับเหตุระเบิดบริเวณสวนบริเวณหน้าฟาร์มเลี้ยงวัว บ้านแช่ช้าง อ.แช่ช้าง อ.สันกำแพงในช่วงบ่ายในที่ 20 ธันวาคม 2553 นั้นถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบหลักฐานที่สามารถระบุว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด



