
'มาร์ค'ชี้ประกันแกนนำนปช.ดุลพินิจศาล
นายกฯยันไม่มีนโยบายเจาะจงเลือกประกันแกนนำ นปช. ยันข้อเรียกร้องให้ประกันแกนนำทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ ย้ำ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
(23ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการปล่อยตัวแกนนำคนเสื้อแดงคิดว่าจะทำให้สถานการณ์นำไปสู่ความปรองดองหรือไม่ ว่า นั่นคือเป้าหมาย ส่วนเรื่องของการประกันตัวยังยืนยันแนวทางว่าข้อเท็จจริงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และข้อมูลที่ทางรัฐจะช่วยให้ได้นั้นจะเป็นกรณีของคน ซึ่งไม่เคยได้รับการช่วยเหลือทางกฎหมายมาก่อน ซึ่งทำให้เขาไม่ได้รับโอกาส กลุ่มนี้ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะเข้าไปดูแลได้ดี ส่วนกลุ่มอื่นก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงซึ่งหน่วยงานอาจจะค้านการประกันตัวในหลายกรณี
“ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้มีการประกันตัวแกนนำทั้งหมดนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ซึ่งการที่เราจะคัดค้านหรือไม่คัดค้าน ต้องดูด้วยว่าถ้าได้รับการประกันตัวออกมาแล้วแทนที่จะทำให้บ้านเมืองสงบกลับมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ก็คงไม่สนับสนุน โดยเราจะพิจารณาผู้ที่มีโทษเบาไปก่อน ส่วนการยื่นขอประกันนั้นเป็นเรื่องของเจ้าตัว บังเอิญว่านางธิดา โตจิราการ รักษาการประธาน นปช.ตัดสินใจว่าจะยื่นในส่วนของแกนนำก็มีสิทธิ์ที่จะยื่น แต่ ก็ได้ให้นโยบายกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงว่าให้รับข้อสังเกตของนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ไปประกอบการพิจารณา”นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการเปิดเผยข้อเสนอแนะของคอป.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรซับซ้อนและเคยออกผ่านสื่อไปแล้ว นายคณิตก็ให้ข้อสังเกตในประเด็นที่ว่ามาตรการในการควบคุมตัวหรือคุมขังบุคคล โดยที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดมันเป็นมาตรการที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ให้เป็นการไปละเมิดสิทธิ์หรือกระทบกับความเป็นธรรม ต้องถือว่าบุคคลที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน รัฐธรรมนูญให้สันนิษฐานว่าเป็นบุคคลผู้บริสุทธิ์
เมื่อถามว่ากรรมการ คอป.พูดชัดหรือไม่ว่าการประกันตัวจะนำไปสู่ความปรองดองในประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายคณิตพูดอีกด้านหนึ่งว่าการคุมขังถูกนำไปเป็นเงื่อนไข นำไปสู่ความขัดแย้ง จึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ และ ไม่ทราบว่าหากศาลให้ประกันตัวการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะยุติหรือไม่ และไม่ทราบว่าดุลพินิจของศาลและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร แต่ยืนยันหลักการว่าคนไหนเห็นควรคัดค้าน ก็ต้องคัดค้าน ในชั้นนี้เชื่อว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งอาจจะพอใจหรือไม่พอใจก็จะมีความเห็นแตกต่างกันไป
เมื่อถามถึงการเผยแพร่จดหมายของบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงว่าถ้าได้รับการประกันตัวแล้วจะไม่ทำตัวเหมือนตอไม้จะเป็นการส่งสัญญานอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายของเราต้องการให้สังคมมีความสงบและต้องการที่จะให้ความเป็นธรรม เคารพสิทธิของทุกคน การที่จะนำไปสู่ความสงบสุขแต่ละฝ่ายต้องตระหนักถึงเป้าหมายตรงนี้ ถ้าหากมีความตั้งใจว่าออกมาแล้วจะเคลื่อนไหวและนำไปสู่ความวุ่นวายก็คิดว่าเป็นเหตุผลที่ ต้องคัดค้าน แต่ตัวอย่างของนายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. ที่มีข้อหาหนักแต่ได้รับการประกันตัวออกมา ศาลก็จะมีเงื่อนไข โดยทิศทางก็ง่ายๆคือต้องการที่จะไม่ให้มีการเคลื่อนไหวและนำไปสู่ความวุ่นวาย หน้าที่ของรัฐบาลคือการดูแลความสงบเรียบร้อย
ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังยืนยันที่จะคัดค้านการประกันตัวแกนนำ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนถึงได้บอกกับนางธิดา ว่าในส่วนของแกนนำหรือ ผู้ที่มีข้อหาหนักควรได้ใช้เวลาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐก่อนเหตุผลต่างๆจะได้สอดคล้องกัน เพราะที่เดินหน้าไปก่อนคือผู้ที่มีโทษเบาบางก็ได้มีการพูดคุยแล้ว แต่จะไปห้ามการยื่นขอประกันก็ไม่ได้ ซึ่งเมื่อยื่นขอประกันไปแล้ว แต่ไม่มีการประสานข้อมูลกันถ้าทางดีเอสไอเขาเห็นว่ายังสมควรจะต้องคัดค้าน เขาก็ต้องคัดค้าน
เมื่อ ถามว่าจริงหรือไม่ที่รัฐบาลอยากให้มีการประกันตัว เฉพาะ น.พ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ โอย...รัฐบาลไม่มีนโยบายเจาะจงในเรื่องตัวบุคคล แต่เป็นความเห็นของตัวบุคคลได้ว่าคนนั้นเป็นอย่างไรคนนี้เป็นอย่างไร ถือเป็นเรื่องของบุคคลไม่ใช่เรื่องของนโยบาย แต่หน่วยงานเขาต้องใช้ข้อมูลที่มีอยู่ และต้องยืนยันว่าทั้งรัฐบาลและผมมั่นใจว่าศาลจะไม่พิจารณาในลักษณะเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องนโยบายไม่ได้ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงของกฎหมาย และต้องเป็นรายบุคคลด้วยไม่สามารถจะไปเหมารวมได้ว่าควรจะให้ทุกคนหรือไม่ให้สักคน ”



