ข่าว

“สุเทพ"อุ้มผบ.ทบ.ยันไม่ได้เกรี้ยวกราดสื่อ

“สุเทพ"อุ้มผบ.ทบ.ยันไม่ได้เกรี้ยวกราดสื่อ

23 ธ.ค. 2553

“รองนายกฯมั่นคง” อุ้ม “บิ๊กตู่” ไม่ได้เกรี้ยวกราด “สื่อ” แค่ตั้งตัวไม่ทัน ย้ำ แทน “กองทัพ” โปร่งใส สื่อตรวจสอบได้ ไม่ปิดกั้นทำข่าว ส่วนงบศอฉ. ให้อดใจรอชี้แจงสภาแน่

(23ธ.ค.) นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงงบประมาณของศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ว่า  ขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่รวบรวมอยู่ และจะมีการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรหลังจากเปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 มกราคม 54  ยืนยันว่าจะชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบเพราะเปิดเผยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าตัวเลขกลม ๆ ประมาณเท่าไหร่ อดใจรอหน่อย ตนจะแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เช่นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่นั้นจำนวนคงไม่ถึง 4-5 พันคนตามที่วิจารณ์กัน แต่ได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 400 บาทจริง ส่วนที่มีเสียงมาจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติว่ารับไม่ถึงวันละ 400  บาทนั้นก็ขอให้ร้องมาจะตรวจสอบเป็นคน ๆ ไป แต่ตนยืนยันว่าจ่ายวันละ 400 บาทจริง

              ผู้สื่อข่าวถามว่า  เรื่องบประมาณนี้ทำไมผบ.ทบ.ต้องออกมาแสดงอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดกับสื่อขนาดนี้ คนที่เป็นระดับผู้นำกองทัพควรจะควบคุมอารมณ์ได้มากกว่านี้หรือไม่  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า เขาคงไม่ได้โกรธหรอก

   “ผมคิดว่าผบ.ทบ.ไม่ได้เกรี้ยวกราดกับสื่อมวลชน ผมซะอีกที่เจอสื่อมวลชนเกรี้ยวกราดทุกวัน บางครั้งแทบจะเข่าอ่อน สื่อชกแต่ละทีเข้าปลายคางจนจะน็อกอยู่แล้ว  แต่กรณีผบ.ทบ.เพิ่งขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบกไม่กี่วัน เวลาต้องเจอสถานการณ์ที่สื่อมวลชนมาถามก็อาจจะตั้งหลักยากนิดหน่อย ก็คงต้องให้เวลาท่านหน่อย ผมเข้าใจดีว่าท่านเป็นถึงระดับผู้นำกองทัพ แต่ยืนยันว่าท่านไม่มีอารมณ์อะไรหรอก ท่านเป็นทหารก็พูดจาอย่างนั้นแหล่ะ ขณะนี้ใกล้ปีใหม่ก็ขอให้ใจเย็น ๆ กัน เดี๋ยวผมจะไปนวดท่านผบ.ทบ.ให้นุ่มลงหน่อย ยืนยันว่าการกระทำทุกอย่างที่ผ่านมารัฐบาลนี้รับผิดชอบอยู่แล้ว ต้องรับผิดชอบ” นายสุเทพ กล่าว

              ผู้สื่อข่าวถามว่า  สื่อมวลชนมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการทำงานของกองทัพ แต่ทางผบ.ทบ.บอกจะไม่ให้สื่อเข้าไปถ่ายภาพหรือทำข่าว นายสุเทพ กล่าวว่า แน่นอนสื่อต้องตรวจสอบกองทัพ และยืนยันว่าจะไม่ห้ามสื่อเข้าไปทำข่าวของกองทัพ “ผมยืนยันได้เลย ผมเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ผมพูดจากับพี่น้องทหารได้ ไม่มีห้าม เปิดเผย อย่าไปสงสัยท่าน เพราะทหารไม่ได้หน่อมแน้มเหมือนผม ท่านเป็นทหาร แข็งแรง เข้มแข็ง สื่อก็ต้องถามคำถามให้หวาน ๆ หน่อย”  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงกล่าว

              ส่วนหลังเหตุการณ์บ้านเมืองสงบลง และมีการยกเลิกการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน นโยบายของรัฐบาลที่จะไม่เอาทหารกับกองทัพ เข้ามาเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการหาประโยชน์  รัฐบาลมีแนวคิดในเรื่องนี้อย่างไร  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า  นี่เป็นตัวอย่างคำถามของสื่อที่ตั้งเป้าว่าตนเอาทหารมาเป็นเครื่องมือ ซึ่งยืนยันว่าทหารไม่ใช่เครื่องมือรัฐบาล แต่ทหารออกมาช่วยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง อย่าลืมว่าเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่สามารถให้ตำรวจรับมือฝ่ายเดียวได้ ต้องให้ทหารเข้ามาช่วยเพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอด

                ผู้สื่อข่าวถามว่า  เป็นเพราะระแวงตำรวจมะเขือเทศ จึงเอาทหารแตงโมเข้ามาหรือไม่  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ระแวงใคร แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์

     ผู้สื่อข่าวถามว่า   ช่วงเหตุการณ์ที่ผ่านมาระบุได้อย่างไรว่า เขตราชปรารภเป็นเขตใช้กระสุนจริง และออกมายิงประชาชน นายสุเทพ กล่าวว่า นั่นเป็นวิธีการปฏิบัติ ยอมรับว่ามีการยิงจริง แต่เป็นการยิงเนื่องจากประชาชนเหล่านั้นดึงเอาอาวุธสงครามอาก้า มายิงเจ้าหน้าที่ ส่วนที่มีการยิงถูกช่างภาพจนบาดเจ็บจนไม่ได้รับการเหลียวแลนั้น ต้องว่ากันเป็นรายๆไป และที่ติดป้ายใช้กระสุนจริง เพราะไม่ต้องการให้คนร้ายเข้าถึงหรือแฝงไปกับประชาชน จนมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ขอสื่ออย่ามองในแง่ร้าย ต้องมองด้วยใจเป็นธรรม