
เงินช่วยน้ำท่วมถึงเกษตรกรสัปดาห์นี้
รมต.เกษตรฯ ย้ำเงินช่วยน้ำท่วมล็อตแรก 2.5 พันล้านบาทถึงมือเกษตรกรภายในสัปดาห์นี้พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยเพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรโดยเร็ว
(23ธ.ค.) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2553 ตามกรอบการให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดดำเนินการสำรวจความเสียหายจริงจากพื้นที่ประสบภัยทั้งด้านพืชประมง และปศุสัตว์ เพื่อดำเนินการเสนอขออนุมัติเงินงวดจากสำนักงบประมาณ โดยขณะนี้สำนักงบประมาณได้อนุมัติเงินงวดครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาทเพื่อส่งมอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)สำนักงานใหญ่ โดยขณะนี้ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ก็ได้ดำเนินการโอนให้กับทางธ.ก.ส.ในแต่ละสาขาเรียบร้อยแล้วซึ่งคาดว่าจะดำเนินการทยอยโอนเงินจ่ายตรงเข้าสู่บัญชีธนาคารของเกษตรกรได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปและยอดเงินจำนวนดังกล่าวจะถึงมือเกษตรกรภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอนล่าสุดธ.ก.ส.ได้แจ้งว่าจะโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรได้จำนวน 89,801 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน2,073,383,928 บาทและคาดว่าเกษตรกรจะเบิกจ่ายตามบัญชีดังกล่าวได้ทั้งหมดภายในสิ้นสัปดาห์นี้(24 ธ.ค.53)
สำหรับรายละเอียดพื้นที่เสียหายในช่วงภัยตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง9 ธันวาคม 2553 ซึ่งแบ่งแยกตามประเภทการให้ความช่วยเหลือที่มีการสำรวจแล้วพบว่าด้านพืช (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ธ.ค.53) จังหวัดประสบภัย จำนวน 74 จังหวัดพื้นที่ประสบภัย 11.26 ล้านไร่ สำรวจแล้ว พบว่าเป็นพื้นที่เสียหายสิ้นเชิง จำนวน 5.82 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 4.56ล้านไร่ พืชไร่ 0.73 ล้านไร่ พืชสวนและอื่นๆ 0.27 ล้านไร่คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 13,307.83 ล้านบาทโดยการดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้วยเงินทดรองราชการจังหวัดในอำนาจปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการแล้วจำนวน5 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 38,836 ไร่ วงเงิน 67.12 ล้านบาทและขอรับการช่วยเหลือส่วนต่างจำนวน 67.32 ล้านบาท ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรขณะนี้ได้ดำเนินการเสนอรายละเอียดจำนวนเกษตรกรผู้ประสบภัยและพื้นที่ความเสียหายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว26 จังหวัด จำนวนเกษตรกร 123,404 ราย พื้นที่เสียหาย 1.29 ล้านไร่ วงเงิน2,920.10 ล้านบาท และอยู่ระหว่างกรมฯตรวจสอบเอกสารอีก 5 จังหวัด วงเงิน3,646.17 ล้านบาท เพื่อส่งรายละเอียดให้ธ.ก.ส.นำไปดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือดังกล่าวเข้าบัญชีเกษตรกรต่อไป
ด้านประมง ช่วงภัย 1 สิงหาคม - 7 ธันวาคม 2553 (ข้อมูล ณ วันที่ 16ธ.ค.53) จังหวัดประสบภัย จำนวน 68 จังหวัด สำรวจแล้วพบว่าพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 190,432 ไร่แบ่งเป็น บ่อปลา 156,745 ไร่บ่อกุ้ง ปู หอย 33,687 ไร่ กระชัง/บ่อซีเมนต์ 386,505 ตารางเมตร เกษตรกร123,863 ราย คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 936.08 ล้านบาทซึ่งการดำเนินการให้การช่วยเหลือกระทรวงเกษตรฯได้ช่วยเหลือด้วยเงินทดรองราชการจังหวัดในอำนาจปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 3 จังหวัด เป็นพื้นที่บ่อปลา 1,106 ไร่ กระชัง/บ่อซีเมนต์ 5,113ตารางเมตร เกษตรกร 2,301 ราย คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 5.07ล้านบาท และกรมประมงดำเนินการเสนอรายละเอียดจำนวนเกษตรกรผู้ประสบภัยและพื้นที่ความเสียหายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว18 จังหวัด เกษตรกร 16,063 ราย เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 21,862 ไร่แบ่งเป็น บ่อปลา 19,071 ไร่ บ่อกุ้ง ปู หอย 2,791 ไร่ กระชัง/บ่อซีเมนต์26,986 ตารางเมตร วงเงินช่วยเหลือ 95.47 ล้านบาทและอยู่ระหว่างจังหวัดตรวจสอบเอกสารจำนวน 7 จังหวัด วงเงิน 45.14 ล้านบาทเพื่อส่งรายละเอียดธ.ก.ส.นำไปดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือดังกล่าวเข้าบัญชีเกษตรกรต่อไป
ด้านปศุสัตว์ ช่วงภัย วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 3 ธันวาคม 2553 (ข้อมูล ณวันที่ 3 ธ.ค.53) จังหวัดประสบภัย จำนวน 54 จังหวัด เกษตรกร 279,289 รายสัตว์ได้รับผลกระทบ 27,738,902 ซึ่งจากสำรวจความเสียหายแล้วขณะนี้(ข้อมูล ณ วันที่ 20 ธ.ค 53) พบว่า สัตว์ตายและสูญหาย จำนวน 1,554,334ตัว แปลงหญ้า 6,612 ไร่ เกษตรกร 17,936 ราย คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือ 87.20ล้านบาท โดยการดำเนินการให้ความช่วยด้วยเงินทดรองราชการจังหวัดในอำนาจปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 2 จังหวัด สัตว์ตาย/สูญหาย 7,190 ตัว เกษตรกร 420 รายวงเงินช่วยเหลือ 2.13 ล้านบาทขณะที่การช่วยเหลือของกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเสนอรายละเอียดจำนวนเกษตรกรผู้ประสบภัยและพื้นที่ความเสียหายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว4 จังหวัด วงเงิน 3.92 ล้านบาท เพื่อส่งรายละเอียดธ.ก.ส.นำไปดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือดังกล่าวเข้าบัญชีเกษตรกรต่อไปอย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่จะเร่งรัดสำรวจความเสียหายทั้งด้านพืชประมง และปศุสัตว์ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อส่งรายละเอียดให้ธ.ก.ส.นำไปดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรโดยตรงและรวดเร็วต่อไป



