
จัดระเบียบแผงลอย-โละรถเข็น สู่แนวทางฟื้นไนท์บาซาร์เชียงใหม่
ภาพนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ต่างประเทศ ที่จับจ่ายใช้สอยภายใน "ไนท์บาซาร์เชียงใหม่" อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กำลังเลือนหายไป ทั้งนี้ ไนท์บาซาร์ในอดีตได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกที่มีความสำคัญมาก เป็นแหล่งสร้างรายได้ให้เ
ปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการค้าแผงลอยบนทางเท้าขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำบรรยากาศการท่องเที่ยวเสียไป ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือเทศบาลนครเชียงใหม่เข้ามามีบทบาทในการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อฟื้นคืนชีพไนท์บาซาร์ให้กลับมาคึกคัก ขณะที่อีกด้านหนึ่งน่าสนใจว่า สินค้าที่จำหน่ายนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก
เป็นสินค้าผลิตจากโรงงานไม่ใช่สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านของเมืองเชียงใหม่ ทำให้ขาดเอกลักษณ์มนต์เสน่ห์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ผนวกกับคนขายสินค้าที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ หากแต่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการว่าจ้างไม่มีใจรักในงาน บางครั้งทำกิริยามารยาทไม่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยว เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข
"ขณะนี้ล้อเข็นของผู้ค้าแผงลอยที่ตั้งอยู่บนทางเท้าที่มี 885 ราย ตั้งวางเรียงราย 2 ข้างถนน สร้างความรำคาญเดือดร้อน ทั้งกีดขวางการสัญจรระหว่างที่มีการตั้งและเก็บล้อเข็น โดยผู้ค้าได้ว่าจ้างให้รถจักรยานยนต์ลากล้อเข็นจากจุดพักรถเข็นออกมาตั้งบน 2 ฝั่งถนน ระหว่างนั้นก็มีการขับขี่ย้อนศรเป็นการละเมิดกฎจราจรและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถและยังส่งเสียงดัง เพราะล้อเข็นหมดสภาพ สร้างความเดือดร้อนให้แก่นักท่องเที่ยว แขกที่พักในโรงแรม ซึ่งปัญหานี้สั่งสมมานานเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี " ณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เล่าถึงสภาพที่เกิดขึ้น
สำหรับทางออกในขณะนี้ก็คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้ประชุมปรึกษาหารือถึงข้อเสนอแนะ และรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงการค้าย่านไนท์บาซาร์ และขอความร่วมมือให้ผู้ค้าล้อเข็นนำหลังคาและพลาสติกที่คลุม โดยอ้างว่าใช้เป็นที่กำบังไม่ให้สินค้าโดนฝนออกก่อน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ทัศนียภาพของล้อเข็นดูดีขึ้นบ้าง "การประชุมนัดแรกเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ข้อเสนอแรกที่ให้เร่งดำเนินการด่วน คือการยกเลิกล้อเข็นหรือรถถังทั้งหมด และให้เปลี่ยนมาเป็นตั้งโต๊ะเหมือนถนนคนเดินราชดำเนิน โดยให้โต๊ะมีความสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร และใช้ผ้าคลุมเพื่อความสวยงามเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด"
ส่วนการดำเนินการต่อไปก็คือ นัดประชุมหารือทั้งในส่วนของศูนย์การค้าย่านไนท์บาซาร์ทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วยศูนย์การค้าเดอะพลาซ่า เชียงใหม่ ศูนย์การค้ากาแลไนท์บาซาร์ ศูนย์การค้าโอพีเพลส เชียงใหม่ โครงการตลาดอนุสาร และศูนย์การค้าพันธ์ พลาซ่า เชียงใหม่ ซึ่งจะมีการหารือกัน ก่อนจะสรุปความคิดเห็นทั้งหมดประมวลเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา
"ที่ผ่านมาเท่าที่ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ค้าล้อเข็นส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยให้มีการปรับเปลี่ยน เพราะตอนนี้ถ้ายื้อจัดรูปแบบการขายแบบเดิมก็ขายไม่ได้ อยู่ไม่รอด ไม่มีรายได้ แต่ต้องยอมรับว่าผู้ค้าล้อเข็นมีจำนวนมาก แบ่งเป็นหลายกลุ่ม ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ผมไม่ได้วางกรอบเวลาไว้ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด" ณัฐฐ์ชูเดช กล่าว
วีนัส มหาเทพ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ค้าล้อเข็นไนท์บาซาร์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ค้าล้อเข็นส่วนมากก็เห็นด้วยที่จะให้มีการปรับเปลี่ยนล้อเข็นแต่ต้องรอความชัดเจนในเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้กลุ่มของตนไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องยอมรับว่าผู้ค้าล้อเข็นมีจำนวนมากกว่า 800 ล็อกและมีการแบ่งกันเป็นหลายกลุ่ม บางรายอาจมีพื้นที่ขายมากกว่า 1 ล็อก หากต้องเปลี่ยนแปลงใช้รูปแบบใหม่อาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากก็อาจเกิดการต่อต้านได้
ส่วนค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกล้อเข็นนั้น เท่าที่ทราบทางเทศบาลจะช่วยเจรจากับทางธนาคารให้ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำกับทางผู้ค้าล้อเข็นเพื่อนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนจากล้อเข็น ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วย แต่หากต้องให้ผู้ค้าล้อเข็นต้องจัดหาแหล่งทุนเองก็อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือ "การปรับเปลี่ยนหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวไนท์บาซาร์กลับมาคึกคักได้ ตอนนี้สินค้าหลักของที่นี่ คือสินค้าลิขสิทธิ์ กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา ของแบรนด์เนม ซึ่งได้รับความนิยมมาก ไม่เหมือนสินค้าโอท็อปขายได้ยาก" วีนัส กล่าว
การจัดระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะพลิกโฉม "ไนท์บาซาร์" ให้มีชีวิตชีวา เป็นความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นที่ต้องการเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง
"วรัทยา ไชยลังกา / ขวัญดาว จิตรพนา"



