
อุตแปดริ้วซึมรัฐปรับค่าแรง ชี้กลายเป็นต้นทุนสูงขึ้นในการผลิต
ฉะเชิงเทรา - ภาคอุตสาหกรรมแปดริ้วบ่นอุบหลังรัฐขึ้นค่าแรงงาน ชี้ด่านแรกที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญก็คือการดึงให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น การแข่งขันกับประเทศคู่แข่งลดลง เตือนระวังทุนต่างชาติทบทวนแผนที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ด้านชาวบ้านโอดปรับขึ้นค่าแรงผลทางอ้อมทำให้รา
นายอานนท์ สิมะกุลธร กรรมการบริหาร บริษัท กุลธรแมททีเรียลส์แอนด์ คอนโทล จำกัด ผู้ผลิตลวดทองแดงอาบน้ำยา ในเครือของบริษัท ทาคอม ผู้ผลิตและส่งออกมอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรกล อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงงาน เนื่องจากค่าแรงงานในประเทศไทยถือว่าสูงกว่าทุกประเทศในแถบภูมิภาคเดียวกันอยู่แล้ว การปรับขึ้นดังกล่าวทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการสูงขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ผู้ผลิตสินค้าส่งออกต้องแบกรับภาระจากปัญหาทั้งสองด้านอย่างมาก และยังทำให้การแข่งขันของสินค้า ที่ผลิตส่งออกไปยังต่างประเทศจากภูมิภาคเดียวกันนั้นสูงกว่าประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม และจีน ซึ่งมีสินค้าชนิดเดียวกันหรือคล้ายกันกับไทย แต่สามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่าถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้การแข่งขันในการจำหน่ายสินค้าในตลาดส่งออกนั้น ยากลำบากมากยิ่งขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกมากถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เคยสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศ หันไปลงทุนยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันที่ค่าแรงงานถูกกว่าแทน
"ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดได้เสนอการปรับขึ้นค่าแรงงานในปีนี้ไปยังส่วนกลางที่สูงพอสมควรแล้วที่ 7 บาท แต่รัฐบาลได้ประกาศปรับขึ้นสูงไปอีกเกือบเท่าตัว เป็น 13 บาท ซึ่งผู้ประกอบการบางรายที่ใช้แรงงานจำนวนมาก อาจจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากผู้ประกอบการยังจะมีค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามมาจากค่าจ้างที่แพงขึ้นเป็นเงาตามตัว นอกจากค่าแรงงานแล้ว ยังมีค่าสวัสดิการส่งเงินสมทบประกันสังคม เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่จะต้องสูงขึ้นตามไปด้วย" นายอานนท์ กล่าว
นางดวงดาว เจริญสุข อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบอาชีพทางด้านประมง กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลปัญหาเรื่องใกล้ตัวของประชาชน แทนที่จะไปเร่งรัดการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และค่าแรงงานในภาคส่วนต่างๆ "ทุกวันนี้ยังออกเรือไม่ได้ และกำลังจะอดตายกันหมดอยู่แล้ว พวกเราชาวบ้านหาเช้ากินค่ำไม่มีเงินเดือน ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากผลงานของรัฐบาลในการปรับขึ้นค่าจ้างในครั้งนี้ มีแต่จะซ้ำเติมให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านลำบากมากขึ้น จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ข้าวของแพงขึ้น" นางดวงดาว กล่าว
นางประยูร อำพร อายุ 73 ปี ภูมิลำเนา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพรับจ้างรายวัน กล่าวว่า รัฐบาลจะขึ้นค่าแรงอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลทำให้ค่าแรงงานของประชาชนในระดับล่างเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นอาชีพที่รับจ้างกันเองอยู่ภายในหมู่บ้าน เพียงวันละ 100 บาทเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลดูแลด้านความเป็นอยู่ และหาทางช่วยลดค่าครองชีพ



