
พลุเฉลิมพระเกียรติ84พรรษาพร่างพราวฟ้า..รับศักราช 2554
ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2554 หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนต่างเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่ แต่คงไม่มีกิจกรรมใดที่จะยิ่งใหญ่ และเป็นมหามงคลยิ่งกว่างานจัดแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติในวันที่ 31 ธันวาคม-1 มกราคม 2554 อีกแล้ว
งานดังกล่าวมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ดวงประทีปพราวนภา เทิดราชา ราชินี บารมีศรีแผ่นดิน ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4” ซึ่งจะจัดขึ้น ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี โดยมีแม่งาน คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และจังหวัดเชียงใหม่
พล.อ.ม.ล.ประสบชัย เกษมสันต์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองประธานบริหารการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ กล่าวถึงที่มาของการจัดแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ว่า
กระทรวงกลาโหมเคยเป็นเจ้าภาพจัดแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติเมื่อคราวเฉลิมฉลอง 60 ปีทรงครองราชย์ และ 80 พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2550 ที่เมืองทองธานี ซึ่งยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จมาก แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยจัดขึ้นมาอีก
กระทั่งเมื่อปี 2552 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) และ พล.อ.อภิชาต ทรงกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม มีความเห็นว่า ใกล้จะถึงวาระ 84 พระชนมพรรษาแล้ว จึงควรที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
ดังนั้น จึงเห็นว่า น่าจะจัดแสดงพลุนานาชาติขึ้นอีกครั้ง โดยมีทีมงานระดับโลกคือ "ทีมกลอเรียส" ซึ่งเคยจัดแสดงพลุมาแล้วทั่วโลก ล่าสุด คือโอลิมปิกเกมส์ 2008 และเอเชี่ยนเกมส์ 2010 เป็นที่ปรึกษา
สำหรับทีมที่ร่วมจัดแสดง และแข่งขันพลุนานาชาติมี 5 ทีม ได้แก่ ไทย, สาธารณรัฐประชาชนจีน เดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา และ ออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นการแสดงพลุมากที่สุด และยังเป็นการยิงพลุ (บนบก) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย
"เราจะยิงพลุทั้งบนหลังคาสนามกีฬา รวมทั้งสันเขื่อนริมทะเลสาบ และลานจอดรถสนามกีฬา ซึ่งจะยิงมากกว่าโอลิมปิกเกมส์ที่ยิงเฉพาะในสนามกีฬา และเรายังยิงนานกว่าด้วยเพราะเขายิงแค่ 2 ชั่วโมง แต่เราจะยิงตั้งแต่ 1 ทุ่มถึงตี 2 เลยทีเดียว"
นอกจากนี้ ความพิเศษของการจัดแสดงพลุนานาชาติ คือการยิงพลุทุกลูกจะถูกควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
"การยิงพลุไม่ใช่สักแต่ยิงขึ้นไปบนฟ้า แต่พลุแต่ละลูกจะต้องยิงให้ตรงกับจังหวะเพลงทุกตัวโน้ต และต้องเลือกลักษณะพลุให้ตรงกับอารมณ์ของเพลงด้วย ส่วนผู้ที่ร่วมงานจะรับรู้ได้ถึงความกระหึ่มของเสียงจากการติดตั้งสปีกเกอร์ไว้รอบทิศทาง"
พล.อ.ม.ล.ประสบชัย การันตีถึงความยิ่งใหญ่ของการจัดแสดงพลุบนบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ส่วนสถิติการยิงพลุในน้ำ (ริมทะเล) ที่มากที่สุดในเอเชียก็อยู่ที่เมืองไทยเช่นกัน คือการจัดแสดงพลุนานาชาติที่พัทยา ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เข้าชมมากถึง 3-4 แสนคน
"เราคาดว่าพื้นที่จัดงานทั้งในสนามกีฬา พื้นที่ด้านนอกสนามกีฬา รวมทั้งพื้นที่ว่างตรงข้ามสนามกีฬา ซึ่งแบ่งเป็นเวทีคอนเสิร์ต และร้านค้าจำหน่ายสินค้าโอท็อปจะมีผู้เข้าชมเต็มพื้นที่ ซึ่งคาดว่าน่าจะรองรับผู้ชมได้มากถึง 4-5 แสนคน"
พล.อ.ม.ล.ประสบชัย ฝากประชาสัมพันธ์ว่า งานนี้ชมฟรีตลอดทั้งงาน ทั้งการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินทุกค่าย การจำหน่ายสินค้าโอท็อป จึงอยากให้มาเข้าชมเพื่อฉลองปีใหม่ และเฉลิมพระเกียรติกันมากๆ
“การจัดงานปีนี้ เราถือฤกษ์มหามงคลก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2554 ด้วยการรวมงานเฉลิมฉลองวันพ่อปี 2553 การเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีมหามงคล 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ 79 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไว้ในงานเดียวกัน เพื่อแสดงถึงความรัก ความสามัคคีของปวงชนชาวไทยที่มีต่อทั้งสองพระองค์" พล.อ.ม.ล.ประสบชัย กล่าวทิ้งท้าย
ทีมข่าวความมั่นคง



