
พลังงานแย้มต้นปีค่าไฟจ่อปรับลดตามต้นทุนค่าก๊าซ
พลังงานแย้มแนวโน้มค่าไฟฟ้ามีทิศทางปรับลดลงต้นปีหน้าหลังพบต้นทุนลด-เงินบาทแข็ง ขณะที่ราคาน้ำมันปีหน้ามีแนวโน้มปรับขึ้นอีก โดยเฉพาะดีเซลอาจปรับอีก 1.40 บาทต่อลิตร
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ต้นปีหน้า (มกราคม-เมษายน) มีทิศทางปรับลดลง เนื่องจากเมื่อพิจารณาต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ผันแปรตามราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6 เดือน พบว่าปรับลดลง ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า ส่วนจะลดลงมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะพิจารณา นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กกพ.ว่าหากไม่เร่งคืนเงินที่ประชาชนค้างจ่ายค่าไฟฟ้าเอฟทีกับ กฟผ. 2,000 ล้านบาท ค่าไฟฟ้าก็จะลดลงแน่นอน
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์พลังงานในปี 2554 จะปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ น้ำมันเบนซินจะปรับเพิ่มขึ้นจากปีนี้ประมาณ 60-70 สตางค์ต่อลิตร และดีเซลปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 1.30-1.40 บาทต่อลิตร หากราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากปีนี้อยู่ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยน้ำมันเบนซิน 95 จะอยู่ที่ 92.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปีนี้อยู่ที่ 86.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนดีเซลอยู่ที่ 96.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปีนี้อยู่ที่ 87.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น
“ราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากมีปัจจัยจากค่าเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลง 1 ดอลลาร์จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน 19.20 สตางค์ต่อลิตร และค่าเงินบาททุก 1 บาทต่อดอลลาร์จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน 50-60 สตางค์ต่อลิตร" นายพีระพล กล่าว



