
3ชาติยักษ์ยังไม่ฟื้นปัจจัยเสี่ยงศก.ไทย"ไตรรงค์"ห่วงสหรัฐอัดเงินพยุงเพิ่ม-กระทบทั่วโลก
"ไตรรงค์"มองปีหน้าเศรษฐกิจไทยโต 4-5% ต้องรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศ ห่วงสหรัฐจ่ออัดเงินเข้าระบบเพิ่มอีกหลายแสนล้านดอลล์ ส่งผลกระทบทั่วโลก มองประเทศยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ส่วนเอกชนห่วงเงินบาทกระทบส่งออก
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การปรับตัวของนักธุรกิจไทยปี 2554...ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลก" ว่า เศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะเติบโตชะลอตัวลงจากปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ จี 3 คือ สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังไม่ฟื้นตัว แม้ว่าเศรษฐกิจเอเชีย เช่น จีน อินเดีย อาเซียน จะมีอัตราเติบโตในระดับ แต่เมื่อรวมกันแล้วเศรษฐกิจเหล่านี้ยังมีขนาดเล็กกว่าเศรษฐกิจสหรัฐประเทศเดียว และมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะนำมาตรการผ่อนคลายปริมาณการเงินมาใช้เป็นรอบที่ 3 หรือคิวอี 3 มาใช้ในปีหน้า อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอีกหลายแสนล้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะมีผลกระทบไปทั่วโลก
ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2554 น่าจะเติบโตได้ที่ 4-5% แต่ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศ เช่น เศรษฐกิจหลักของโลกที่พึ่งพาไม่ได้ ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลกที่มีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน ภาวะโลกร้อนที่มีผลกระทบต่อการลงทุน ราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นหากเกิดความวุ่นวายในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่น ไนจีเรียที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า หรืออิหร่านที่มีความขัดแย้งกับสหรัฐ และการเมืองไทยที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า หากเป็นการเลือกตั้งเลือดก็จะมีผลกระทบทันที
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ส.อ.ท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2554 จะเติบโต 4-5% หากไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่วนการส่งออกจะเติบโต 10% โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรกของปี 2554 การส่งออกจะยังขยายตัวได้ดี เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับคำสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาแล้ว และส่วนใหญ่ระบุว่ามีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น ส่วนที่เหลือาระบุคำสั่งซื้อทรงตัว และไม่มีรายใดที่บอกว่าคำสั่งซื้อแย่ลงเลย และการท่องเที่ยวน่าจะยังเติบโตได้ดี หลังรัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
"สิ่งที่เอกชนต้องให้ระมัดระวัง คือ ค่าเงินบาทที่แม้ว่าขณะนี้อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้นไปแตะระดับ 2.5-3.5% และการเลือกตั้งในปีหน้าที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย" นายพยุงศักดิ์กล่าว
นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวว่า ปี 2554 มีปัจจัยเสี่ยงที่จะมีกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว 4 ปัจจัย ได้แก่ สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง แม้ว่าจะมีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน ภัยธรรมชาติ และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า



