
ประชา + อภิวัฒน์< ประชานิยม
ในวันที่ 9 มกราคมปีหน้ารัฐบาลจะได้ประกาศนโยบายสำคัญเกี่ยวกับปากท้องของชาวบ้านนัยว่าเพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในการประกอบอาชีพ และทันทีที่รัฐบาลแง้มความคิดนี้ออกมา ก็ประกาศสำทับตามมาด้วยว่านโยบายนี้ไม่ใช่ประชานิยม
ตามพจนานุกรม ประชา แปลว่า หมู่คน และ อภิวัฒน์ แปลว่า ความเจริญที่มหาศาล รวมหมายความว่าเป็นนโยบายที่จะสร้างความเจริญมหาศาลให้แก่หมู่คนปวงประชาซึ่งตรงกับความหมายสากลของคำว่าประชานิยม (Populism) หมายความว่า “ลัทธิทางการเมืองซึ่งถือเอาสิทธิและอำนาจของชนชั้นรากหญ้าซึ่งเป็นคนส่วนมากของประเทศเป็นใหญ่”
ดังนั้น “ประชาวิวัฒน์” ก็คือแขนงหนึ่งในกลุ่มความคิดประชานิยมนั่นเอง ถ้าใครยังคิดว่าไม่ใช่ก็ขอได้กลับไปอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องให้มากสักหน่อยแล้วจะเข้าใจเอง
แต่ประชาวิวัฒน์จะเป็นหรือไม่เป็นประชานิยมก็ไม่สำคัญเท่าเนื้อหานโยบายที่รัฐจะนำออกมาปฏิบัติ ซึ่งเท่าที่ “แลบ” ออกมานั้นพอประมวลได้ดังนี้
ยุทธการขั้นแรกของนโยบายประชาวิวัฒน์นั้นมุ่งเน้นหนักแก่ชาวรากหญ้าในเมืองได้แก่ คนขับแท็กซี่ จักรยานยนต์รับจ้าง และแม่ค้าหาบเร่แผงลอยทั่วไป
คนขับแท็กซี่ที่หมดอายุก็จะมีสิทธิซื้อรถแท็กซี่ผ่อนส่งเพื่อเป็นของตนเองโดยเสียดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารของรัฐ ชะรอยเจ้าของความคิดนี้คงจะดูหนังไทย (บุญมี โคกโพธิ์) มากไปสักหน่อย แต่ชีวิตจริงของคนอาชีพนี้ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น หลายคนพอใจที่จะเช่ามากกว่าซื้อที่เป็นภาระและมีข้อจำกัดหลายอย่างที่คนนั่งโต๊ะทำงานไม่เข้าใจ
สำหรับคนขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างนั้นถึงแม้รัฐจะทำผิดให้เป็นถูกโดยแก้กฎหมายให้เขาจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์เป็นรถรับจ้างป้ายเหลืองได้และตั้งคิวให้เขาเชื่อหรือว่าเขาจะปลอดพ้นจากการรีดไถในแบบต่างๆ ได้ หากสังคมไทยยังเป็นอยู่เช่นนี้
การแก้กฎหมายเพื่อให้คนผิดให้เป็นถูกนั้น คนของรัฐบาลออกมาอธิบายเพิ่มเติมว่าไม่เหมือนกับผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นโสเภณีซึ่งไม่สามารถทำผิดให้เป็นถูกโดยการจดทะเบียนโสเภณีได้ นี่ก็เป็นความคิดแบบไม่เท่าเทียมหรือแบบไร้มาตรฐานอย่างหนึ่ง
บรรดาแม่ค้าหาบเร่แผงลอยจะได้รับการตีเส้นแบ่งเขตให้เป็นที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้ต้องยกหาบหรือเข็นรถหลบเทศกิจเหมือนที่เคย ดูเป็นความหวังแต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นพื้นที่ที่จะขีดเส้นใหม่นั้นเท่ากับเป็นทำเลใหม่ยังไม่มีคนเข้าไปซื้อของ แม่ค้าหาบเร่แผงลอยจะทำอย่างไรในระยะเริ่มต้นเปิดทำเลใหม่ ประชาวิวัฒน์คิดให้เขาหรือยัง
แง้มออกมาอีกว่ารัฐจะเข้าไปใช้หลักประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบอันหมายถึงแรงงานที่ไม่มีนายจ้างแน่นอนหรือไม่มีนายจ้าง เป็นความคิดที่ดีแต่คงต้องใช้งบประมาณมหาศาลไม่ตรงกับที่รัฐมนตรีคลังขีดวงไว้ว่าประชาวิวัฒน์จะไม่ใช้งบประมาณนั้นตกลงเอาอย่างไรกันแน่
ท่านว่าเพื่อรอให้โครงการประชาวิวัฒน์ได้ผลก็จะต้องเดินนโยบายช่วยลดค่าครองชีพไปก่อน เช่น ต้องให้บริการรถเมล์ฟรี การใช้น้ำใช้ไฟในอัตราจำกัดฟรี รวมทั้งการอุดหนุนเชื้อเพลิงในแบบต่างๆ เป็นอาทิ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณไม่ว่ารูปใดรูปหนึ่งทั้งสิ้น
ประธานทีดีอาร์ไอ (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) ได้ออกมาเตือนรัฐบาลว่าการใช้นโยบายประชาวิวัฒน์นั้นต้องคำนึงถึงการคลังของรัฐให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วย มิฉะนั้นประเทศชาติจะเข้าสู่ความหายนะในอนาคตได้ (ผมเดาว่าท่านประธานคงนึกถึงลัทธิประชานิยมที่ถูกนำมาใช้ในประเทศทางทวีปอเมริกาใต้หลายประเทศ โดยดูดีแต่ตอนต้นแต่ทำให้ประเทศต้องล่มจมในที่สุด)
การช่วยเหลือประชาชนชั้นรากหญ้านั้นทำอย่างไรก็ทำไปเถิดแต่อย่าให้ซ้ำรอยโครงการ “ไทยเข้มแข็ง” ก็แล้วกัน
นายหนูใหญ่ [email protected]



