
ปีแห่งการเฝ้าระวัง
มูลนิธิกระจกเงา จัดทำรายงานภัยเทคโนโลยีต่อเด็กและเยาวชนปี 2553
แม้รายงานระบุว่าปัญหาลดน้อยลง แต่ในปีหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง เพราะแนวโน้มจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี สิ่งเร้าใหม่ๆ จะเข้ามาอีกหลายระลอก
ปีที่ผ่านมาตามรายงานบอกว่า มีเด็กหาย 4 ราย ช่วงอายุระหว่าง 12-16 ปี แยกเป็น 2 กรณีคือ ติดแชทกับติดเกมตามกลับมาได้ 2 อีก 2 หาไม่เจอ
ติดแชทยังแยกได้ 3 กรณีคือ 1.แชททางโทรศัพท์เป็นหญิงหายตัวไป 2.ติดแชททางอินเทอร์เน็ต รับแจ้ง 13 รายเป็นหญิงอายุ 12-17 ปี พบตัว 11 ราย กำลังติดตามอีก 2 ราย และสุดท้ายติดแชททาง ไฮไฟว์ รับแจ้ง 5 รายเป็นชายอายุระหว่าง 13-18 ปี หาตัวพบแล้ว
นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้รับแจ้งเกี่ยวกับคลิปหลุด คลิปแอบถ่าย คลิปโป๊ รวมถึคงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนอีกมาก
ดูจากสถิติเด็กหายและการรับแจ้งเบาะแสต่างๆ แล้ว ภาพรวมในปี 2554 คงไม่น้อยกว่านี้ ที่สำคัญปัญหา เด็ก เยาวชน ที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนฯ ส่อเค้ารุนแรงและบานปลายอย่าลืมว่า โลกของเด็กปัจจุบัน อยู่ในคอมพิวเตอร์ เพื่อนฝูงนอกจากที่โรงเรียนแล้วยังมีอยู่ในโลกไซเบอร์อีกมากด้วย
กลุ่มนี้แหละที่มีมิจฉาชีพ โจร ร่วมท่องหาความสำราญอยู่ด้วย
เด็กหรือเยาวชน ที่ครอบครัวเข้มแข็ง โอกาสตกเป็นเหยื่อน้อยกว่าเด็กบ้านแตก พ่อแม่แยกทางกันหรืออยู่โดดเดี่ยวกับญาติพี่น้อง
สังคมออนไลน์ในขณะนี้ต้องบอกว่า กว้างใหญ่ไพศาล เด็กนักเรียน นักศึกษา หายไปจากห้องเรียนไปมั่วสุมอยู่ตามร้านเน็ตมากมาย กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งผลประโยชน์ของสีกากีนอกรีต
ย่านชุมชน สถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ล้วนมีร้านเหล่านี้กระจายตัวอยู่ บางแห่งอยู่ในมุมมืด ลามไปถึงปัญหาทางเพศด้วย
แหล่งมั่วสุมประเภทนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เด็กยังสามารถใช้ช่องทางพวกนี้ได้
ไม่ใช่ว่าจะปิดกั้นเด็กเสียอย่างเดียว เพราะการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกออนไลน์ก็มีประโยชน์เช่นกัน แต่ต้องได้รับการจัดระเบียบโดยเคร่งครัด
เช้าๆ ทั้งสารวัตรนักเรียน ตำรวจที่ไม่ต้องรอเข้าแถวให้นายตำรวจอบรม ลองแวะไปดูตามร้านเน็ต บ้างทั้งชุดนักเรียนและเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนเต็มไปหมด
เห็นว่ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กำลังจัดชุดสายตรวจจากหลายกองบังคับการออกดูแลปัญหาเด็ก เยาวชน ด้วยเช่นกัน



