
อีสานโพลเผยอาหารสุขภาพมาแรง
อีสานโพลสำรวจคนอีสาน 409 ราย ในพื้นที่ เรื่องอาหารสุขภาพ พบส่วนใหญ่สนใจสุขภาพ แต่ไม่รู้จักข้าวกล้องงอก โดยพบมากถึง 81 % ไม่รู้จักข้าวกล้องงอก และ 80% ไม่รู้จักสาร GABA
นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ อาจารย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า อีสานโพล (ESAAN POLL) โดยศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจ เรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อข้าวกล้องงอก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการรับรู้และทัศนคติเกี่ยวกับข้าวกล้องงอกของชาวอีสาน โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 409 ราย ในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ และนครราชสีมา ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6-14 ธ.ค.53
การสำรวจครั้งนี้ได้ข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก เพราะพบว่ามีกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยได้ยินชื่อข้าวกล้องงอก และที่เคยได้ยินชื่อบ้างแต่ไม่ทราบรายละเอียดเลย รวมกันแล้วมีมากถึงร้อยละ 81 ทั้งๆ ที่ปัจจุบันมีการรณรงค์เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพจากหลายหน่วยงานและยิ่งไปกว่านั้นคือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคนที่น่าจะมีความรู้และใส่ใจในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ผลกลับออกมาว่าไม่รู้จักหรือไม่เคยบริโภคข้าวกล้องงอก
ผลการสำรวจในประเด็นต่างๆ ปรากฎว่า ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 60 เป็นเพศหญิง และอีกร้อยละ 40 เป็นเพศชาย โดยอยู่ในช่วงอายุ 40-49 ปี มากที่สุดร้อยละ 31 รองลงมาคือ อายุ 20-29 ปี ร้อยละ 23 และอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 21 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายมากที่สุด ร้อยละ 24 รองลงมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 18 และรับราชการ ร้อยละ 17 ส่วนด้านการศึกษา พบว่าการจบระดับปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 37 รองลงมา ระดับประถมศึกษา ร้อยละ 20 และระดับ มัธยมปลาย/ปวช. ร้อยละ 17
สำหรับผลสำรวจด้านการรับรู้เกี่ยวกับข้าวกล้องงอก พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 45 ไม่เคยได้ยินชื่อข้าวกล้องงอกเลย ในขณะที่ ร้อยละ 36 เคยได้ยินชื่อบ้างแต่ไม่ทราบรายละเอียด ร้อยละ 17 พอทราบรายละเอียดบ้าง ส่วนผู้ที่รู้จักอย่างดี มีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ซึ่งผู้ที่ตอบว่ารู้จักข้าวกล้องงอกนั้นร้อยละ 59 ทราบข้อมูลมาจากเพื่อนหรือญาติ อีกร้อยละ 25 รู้จักโดยช่องทางอื่นๆ เช่น จากข่าว หรือรายการโทรทัศน์ และร้อยละ 16 รู้จักเพราะการโฆษณาสินค้าของบางยี่ห้อ
ทั้งนี้ เมื่อสำรวจพฤติกรรมในการบริโภคข้าวของกลุ่มตัวอย่าง (ซึ่งตอบได้หลายข้อ) พบว่า ปัจจุบันมีการบริโภคข้าวหอมมะลิมากที่สุด ร้อยละ 85 รองลงมาคือ ข้าวเหนียว ร้อยละ 47 และข้าวประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวกล้อง มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น และเมื่อถามต่อว่าเคยรับประทานข้าวกล้องงอกหรือไม่ พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ยังไม่เคยรับประทานข้าวกล้องงอกมีมากที่สุด ร้อยละ 78 ส่วนที่เคยรับประทานนานๆ ครั้ง มีร้อยละ 21 ในขณะที่มีผู้ที่รับประทานเป็นประจำ เพียงร้อยละ 1 โดยสาเหตุที่คนไม่รับประทานข้าวกล้องงอก (ตอบได้หลายข้อ) เป็นเพราะ ไม่รู้จัก มากที่สุดร้อยละ 56 รองลงมาเป็นเพราะหาซื้อยาก ร้อยละ 37 และคิดว่ามีราคาแพง ร้อยละ 13
ในด้านการรับรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของสาร GABA ในข้าวกล้องงอก พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 80 ที่ไม่เคยได้ยินชื่อสาร GABA มาก่อนเลย ในขณะที่ ร้อยละ 16 เคยได้ยินแต่ไม่ทราบรายละเอียด และมีเพียงร้อยละ 4 ที่พอจะทราบรายละเอียดบ้าง เมื่อสำรวจถึงทัศนคติที่มีต่อข้าวกล้องงอก โดยการให้กลุ่มตัวอย่างอ่านข้อความที่เขียนเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของข้าวกล้องงอก พบว่า ร้อยละ 53 คิดว่าข้าวกล้องงอกมีความน่าสนใจในระดับมาก ในขณะที่ ข้อมูลเรื่องคุณประโยชน์ของสาร GABA ร้อยละ 49 เห็นว่ามีความน่าสนใจในระดับมากเช่นกัน และเมื่อถามต่อว่ากลุ่มตัวอย่างมีความสนใจที่จะซื้อข้าวกล้องงอกมาบริโภคหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 39 ให้ความสนใจที่จะซื้อในระดับมาก แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ พบว่า หากข้าวกล้องงอกมีราคาเท่ากับข้าวปกติ จึงจะจูงใจให้คนซื้อมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 94 แต่หากมีราคาสูงกว่าข้าวปกติกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าไม่น่าซื้อ
“น่าแปลกใจที่กลุ่มตัวอย่างแทบจะไม่รู้จักข้าวกล้องงอก แม้แต่ในร้านค้าข้าวบางแห่งที่ไปสำรวจ ยังไม่ทราบว่าข้าวกล้องงอกหน้าตาเป็นอย่างไรให้ประโยชน์อะไรต่อร่างกาย ดังนั้น หากจะส่งเสริมให้ข้าวกล้องงอกเป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง ควรจะรณรงค์ให้คนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณประโยชน์ของข้าวกล้องงอกด้วย และไม่ควรตั้งราคาขายสูงกว่าข้าวปกติมากเกินไป” อาจารย์ประเสริฐ กล่าวในตอนท้าย



