ข่าว

มะกันอ้างดาวเทียมโสมตกทะเล

มะกันอ้างดาวเทียมโสมตกทะเล

06 เม.ย. 2552

โซล-เกาหลีเหนือลั่นส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ แต่สหรัฐบอกว่าร่วงลงทะเล

 

 

 

สถานีโทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่าภายหลังจากที่ยิงจรวดขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ 4 ชั่วโมง เมื่อวันอาทิตย์ (5 เม.ย.) ว่านักวิทยาศาสตร์ของแดนโสมแดงประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสื่อสาร "กวางเมียงซอง 2 " ขึ้นสู่อวกาศ โดยใช้จรวดอันฮา-2 เป็นตัวส่งขึ้นสู่วงโคจร โดยดาวเทียมได้เข้าสู่ชั้นอวกาศภายหลังจากที่ปล่อยจรวดได้ 9 นาที และขณะนี้กำลังโคจรอยู่ในอวกาศโดยไม่มีความขัดข้องใดๆ

แต่กองบัญชาการป้องกันอวกาศอเมริกาเหนือของสหรัฐ และกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กลับแถลงขัดกันว่า การส่งดาวเทียมของเกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวเพราะจรวด 2 ในสามท่อนพร้อมด้วยดาวเทียมร่วงลงในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยจรวดท่อนแรกนั้นตกในทะเลญี่ปุ่น ไม่มีวัตถุใดถูกส่งเข้าสู่วงโคจร แต่ก็ไม่มีเศษชิ้นส่วนตกลงใส่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ทำตามคำร้องขอของญี่ปุ่นให้เรียกประชุมฉุกเฉินในวันจันทร์ ตามเวลาประเทศไทย เพื่อพิจารณาเรื่องการยิงจรวดของเกาหลีเหนือว่าเป็นการฝ่าฝืนมติ 1718 ของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นที่ห้ามเกาหลีเหนือดำเนินโครงการด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์หรือไม่

 

 

การยิงจรวดครั้งนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับหลายชาติที่พยายามเจรจาให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์มานานหลายปีแล้วแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐได้ออกมาประณามรัฐบาลเปียงยางในทันทีว่ากระทำการยั่วยุ

 

 

"การพัฒนาและแพร่กระจายเทคโนโลยีขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและสันติภาพของโลก เราจะปรึกษาหารือกับพันธมิตรของเราในภูมิภาคทันที ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของคณะมนตรีฯ" โอบามาออกแถลงการณ์มาจากกรุงปรากซึ่งตัวเขาไปเข้าร่วมประชุมสุดยอดสหรัฐ-อียูอยู่

 

 

ในขณะที่เกาหลีใต้ตำหนิว่าการยิงจรวดครั้งนี้เป็นภัยคุกคามความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี และของโลก ส่วนญี่ปุ่นนั้นกล่าวว่าจรวดได้บินผ่านดินแดนของตัวเอง และไม่มีชิ้นส่วนใดๆตกในดินแดนของญี่ปุ่นจึงไม่ได้มีการยิงสกัด

ทางด้านสหภาพยุโรป (อียู) ได้ประณามว่าการยิงจรวดครั้งนี้เป็นการสร้างความตึงเครียดให้กับเสถียภาพในภูมิภาค

 

 

อย่างไรก็ตาม มหาอำนาจของโลกจากค่ายคอมมิวนิสต์อย่างจีน และอดีตคอมมิวนิสต์อย่างรัสเซียได้ออกมาปรามว่าอย่าตื่นตระหนกกับเรื่องนี้มากนัก โดยรัฐบาลจีนได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้อยู่ในความสงบ และจัดการเรื่องนี้อย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับทางการรัสเซียที่บอกว่ากำลังศึกษาว่ารัฐบาลเปียงยางละเมิดมติยูเอ็นหรือไม่ และขอให้ทุกฝ่ายอย่ากระทำการใดๆที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีขึ้น