
เตรียมคลอดกฎคุมปริมาณใช้แอลพีจีหลังแยก 2 ตลาด
พลังงานเตรียมความพร้อมออกประกาศรองรับแยกแอลพีจี 2 ตลาดภายในไตรมาสแรกปีหน้า กำหนดชัดใช้เกิน 500 กิโลกรัมต่อเดือนต้องขอใบอนุญาต พร้อมคุมการขยายสถานีให้บริการ
นายศิริศักดิ์ วิทยอุดม รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวในการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกระทรวงพลังงาน สำหรับโรงงานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวว่า เพื่อนำความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงร่างประกาศดังกล่าวก่อนจะแยกโครงสร้างราคาแอลพีจีออกเป็น 2 ราคา โดยกฎหมายจะเน้นเรื่องความปลอดภัยและการแยกประเภทการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ระหว่างภาคครัวเรือนและขนส่งกับภาคอุตสาหกรรมและปิโตรเคมีให้ชัดเจน โดยผู้ที่ใช้แอลพีจีเกินกว่า 500 กิโลกรัมต่อเดือนส่วนใหญ่เป็นภาคอุตสาหกรรมจะต้องขอใบอนุญาตในการครอบครอง และกำหนดให้ต้องใช้ถังขนาดใหญ่ ส่วนผู้ที่ใช้แอลพีจี 250-500 กิโลกรัม จะต้องแจ้งให้ทราบ แต่ไม่ต้องขออนุญาต และจะต้องปรับเปลี่ยนจากถัง 48 กิโลกรัม เป็นถังขนาดใหญ่ ส่วนผู้ที่ใช้น้อยกว่า 250 กิโลกรัม ไม่ต้องแจ้งและขออนุญาต
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะเร่งออกประกาศดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2554 และมีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และจะให้ระยะเวลาผู้ประกอบการเดิมปรับตัวเป็นเวลา 1 ปี ส่วนรายใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันที หากฝ่าฝืนหากไม่แจ้งขออนุญาตจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย 2535 ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ กรมกำลังพิจารณาจะเติมสารมาร์กเกอร์ตาม พ.ร.บ.การค้า เพื่อให้เกิดความแตกต่างในการใช้งาน ซึ่งจะมีต้นทุนเพิ่ม 7-8 สตางค์ต่อหน่วย อีกทั้งยังเตรียมเสนอแก้ไขร่างกฎหมายสถานีบริการก๊าซแอลพีจีต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อควบคุมการขยายสถานีด้วย โดยปัจจุบันไทยมีการใช้แอลพีจีในภาคครัวเรือน 2 แสนตันต่อเดือน ภาคขนส่ง 5-6 หมื่นตันต่อเดือน ภาคอุตสาหกรรม 6-7 หมื่นตันต่อเดือน และปิโตรเคมี 1.3 แสนตันต่อเดือน



