ข่าว

ยืดอุ้มค่าครองชีพกดเงินเฟ้อชั่วคราวธปท.ติงลากยาวต้องรอบคอบ-ฝืนกลไกตลาดไม่ได้

ยืดอุ้มค่าครองชีพกดเงินเฟ้อชั่วคราวธปท.ติงลากยาวต้องรอบคอบ-ฝืนกลไกตลาดไม่ได้

22 ธ.ค. 2553

ธปท.เผยผลศึกษายืดอุ้มค่าครองชีพอีก 2 เดือน ช่วยกดเงินเฟ้อชั่วคราวราว 0.5% ติงหากใช้ยาวต้องรอบคอบ มอง "ประชาวิวัฒน์" ต้องคำนึงถึงภาระการคลัง กรรมาธิการศก.หารือธปท.เชื่อรับมือเศรษฐกิจปีหน้าไหว แต่ต้องคุมการใช้จ่าย สร้างวินัยการเงินภาคประชาชน ชี้ห่วงการปั่น

 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการต่ออายุมาตรการค่าครองชีพออกไปอีก 2 เดือนของรัฐบาล ว่าจากการศึกษาของธปท.พบว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดการขยายตัวของเงินเฟ้อประมาณ 0.5% ซึ่งหากจะปรับใช้เป็นมาตรการระยะยาว ก็อยากให้คำนึงถึงภาระต่องบประมาณด้วยว่ามีมากน้อยแค่ไหน โดยในปีหน้า ธปท. มองว่าเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะอยู่ที่ 3-5% เป็นการร่วมการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำและการปรับเพิ่มราคาสินค้าบางส่วนไว้แล้ว ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 2-3%

 "หลังหมดมาตรการค่าครองชีพ เงินเฟ้อก็อาจเร่งตัวขึ้นอีก แต่หากจะใช้ต่อเป็นระยะยาวก็ต้องดูให้รอบคอบ เพราะแม้จะเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ท้ายที่สุด เราก็อยากให้แต่ละคนใช้ชีวิตโดยไม่หวังว่าจะให้คนนั้น คนนี้มาช่วยตลอดไป" นายประสารกล่าวและว่า ส่วนเรื่องโครงการประชาวิวัฒน์นั้น ต้องลงไปดูรายละเอียดว่ากระทบต่อฐานะการคลังมากน้อยแค่ไหน เพราะบางเรื่องก็ไม่สามารถฝืนกลไกตลาดได้ เช่น เรื่องราคาน้ำมัน

 นายพิชัย อุตมาภินันท์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานคณะกรรมธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และทีมผู้บริหารธปท.ว่า ธปท.ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังมีแนวโน้มที่ดี ซึ่งความเสี่ยงส่วนใหญ่ต่อเศรษฐกิจและนโยบายการเงินมาจากต่างประเทศ โดยสิ่งที่ห่วงมากที่สุดคงเป็นเรื่องการปั่นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งน้ำมัน ทองคำ รวมถึงสินค้าพืชไร่บางประเภทที่ราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

 "ธปท. ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ แต่อาจต้องมีมาตรการควบคุมการใช้จ่ายบางส่วน เพื่อให้ประชาชนมีวินัยการใช้เงินมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเกิดหนี้ครัวเรือนได้ด้วย" นายพิชัยกล่าว

 สำหรับโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลนั้น ถือเป็นแนวคิดที่ดี เพียงแต่โครงการดังกล่าวควรต้องสอนประชาชนในการทำมาหากิน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องฐานะการคลัง เพราะรายจ่ายขณะนี้เท่ากับรายรับของประเทศ และความสามารถในการหารายได้ก็ยังไม่ชัดเจนด้วย

 นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า โครงการประชาวิวัฒน์ถือเป็นการตลาดทางการเมือง และเป็นโครงการที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องมี แค่เปลี่ยนชื่อไม่ให้ซ้ำกันเท่านั้น ซึ่งหลายประเทศก็มีการใช้โครงการประชานิยม แล้วแต่จะใช้มากหรือน้อย เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการบริโภคในประเทศ แต่สังคมต้องประเมินในเรื่องวินัยการเงินและการคลังตลอดเวลา รวมทั้งต้องติดตามว่าการใช้เงินในโครงการดังกล่าวใช้ไปกับอะไรมีการรั่วไหลหรือไม่ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจหรือลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือไม่