
ปิดศอฉ.มอบดาว์พงษ์คุมศตส.จับตาแดง
ปิดศอฉ.มอบ ดาว์พงษ์ คุมศตส.จับตาแดงต่อ สั่งเพิ่มตร.-ทหาร 100 นายช่วยงานกอ.รมน. ส่วน ดาว์พงษ์เตรียมเรียกถกแผนแบ่งงาน 21 ธ.ค.นี้ แจงศตส.ยังไม่ใช้งบ 156 ล้าน แค่สำรองจ่ายหากใช้พ.ร.บ.มั่นคงหมวด 2 ด้านสุเทพโผล่ร่วมศอฉ.ขอบคุณพางานฉลุย ด้านทหารกลับเข้า
(20ธ.ค.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ครั้งสุดท้าย โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศอฉ. เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่เข้าร่วมรับฟังประชุมว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ที่ได้ปฏิบัติงานมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการทั้ง 8 ชุดที่ได้ปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้มีการชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้อง และเตรียมถ่ายโอนมอบงานที่ยังค้างอยู่ให้กับทางกอ.รมน.ทั้งคดีความ การประสานงาน การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ถูกดำเนินคดี
“นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เป็นหน้าที่ของศูนย์ติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ของ กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. เป็นผู้รับผิดชอบสถานการณ์ ซึ่ง ศตส.จะอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการอำนวยการของ กอ.รมน. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สำหรับงานของ ศตส. เดิมทีอยู่ในโครงการของ กอ.รมน.อยู่แล้ว แต่การจัดการ ศตส.ขึ้นมาได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่จากทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหารกว่า 100 คน เพื่อติดตามภารกิจที่กระทบต่อความมั่นคงในเรื่องของการชุมนุม หรือการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทั้งนี้จะใช้องค์กรที่มีอยู่เดิมเป็นหลัก ” พล.ต.ดิฏฐพร กล่าว
พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ที่กองบัญชาการกองทัพบก คาดว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ จะเรียกประชุมศตส.ครั้งแรก เพื่อหารือในรายละเอียดการดำเนินการทั้งในส่วนนโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงสร้าง การเตรียมการ และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ส่วนวาระการประชุมศตส.นั้น จะไม่มีการกำหนดวาระประจำที่ชัดเจน โดยอาจจะมีการนัดหารือประชุมเป็นครั้งคราว หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตามทางกอ.รมน.มีการประชุมร่วมกันทุกเดือนอยู่แล้ว ทั้งนี้หลังจากผลการประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ เวลา 06.00 น. ทั้งตำรวจและทหารที่ร่วมกันตั้งจุดตรวจในจุดเฝ้าระวังต่างๆจะกลับเข้ากรมกองทั้งหมด ยกเว้นกำลังสารวัตรทหาร (สห.)ที่ยังคงต้องรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ และบุคคลสำคัญต่างๆ ซึ่งต่อจากนี้จะให้ตำรวจแต่ละพื้นที่ดูถึงความจำเป็น หากจะมีการตั้งจุดตรวจต่อไป
พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า จากผลการปฏิบัติงาน 8 เดือนที่ผ่านมาของศอฉ.พบว่า การดำเนินงานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าที่ดูทุกคนทราบว่า การเคลื่อนไหวที่กระทบต่อความมั่นคงลดน้อยลง ทั้งการยิงวัตถุระเบิด หรือการเคลื่อนไหวก็อยู่ในกรอบกฎหมายได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ และ แกนนำ ทำให้การชุมนุมเป็นที่ยอมรับของสังคมได้ เชื่อว่าต่อจากนี้ไปการเคลื่อนไหวต่าง ๆ คงจะเข้าใจกันมากขึ้นทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม และ เจ้าหน้าที่ ส่วนการติดตามเว็ปไซต์ และสื่อที่ถูกปิดไปก่อนหน้านี้นั้น เมื่อองค์กรที่รับผิดชอบตรวจสอบเหล่านั้นก็จะดำเนินการตามอำนาจของกฎหมาย คงจะไม่ยกเลิกตาม ศอฉ. ทั้งนี้ในตอนท้ายของการประชุมนายสุเทพ ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้กลับมาสู่สภาวะปกติ
เมื่อถามถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม และการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า คดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ให้ทางศาลเป็นผู้ออกหมายตามปกติ จากหมาย ฉฉ. มาเป็นหมายศาลตามอำนาจปกติ โดยคดีความเป็นข้อหาเดิม ส่วนการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามคดี และการแก้ไขในเรื่องดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุม นายสุเทพ ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติเรียบร้อย และได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้มาร่วมกันทำงาน ส่วนจะมีการตั้ง ศอฉ.ขึ้นมาดูแลสถานการณ์หรือไม่นั้น สามารถทำได้ตั้งแต่ยกระดับ พ.ร.บ.ความมั่นคง จากหมวดที่ 1 มาเป็นหมวดที่ 2 ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ขึ้นมาตามที่ได้ปฏิบัติ หากมีเหตุการณ์รุนแรงก็สามารถยกระดับได้ แต่ก็ไม่มีใครอยากใช้ คงจะใช้แค่หมวดที่ 1 ตามมาตรา 7 สำหรับการทำกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกวันที่ 10 และ 19 ของเดือนนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวว่ามีมากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามถึงการใช้งบประมาณของศอฉ.ในช่วงที่ผ่านมา พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า กอ.รมน. จะต้องมีการพิจารณาก่อน แต่งบประมาณที่ผ่านมาส่วนใหญ่ คือการให้เบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่โดยจะครอบคลุมไปถึง 76 จังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ต้องสอบถามทางรัฐบาล
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 156 ล้านบาทในการดำเนินการของ ศตส. พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดงบประมาณที่ ศตส. ได้รับอนุมัติจากครม. แต่เบื้องต้นทราบว่า งบฯ ธุรการในศตส.ไม่ได้มากนัก ส่วนใหญ่ที่ครม.อนุมัติเป็นเงินสำรองจ่ายที่เตรียมไว้ กรณีหากต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หมวด 2 ซึ่งต้องประกาศพื้นที่ความมั่นคงก่อน ขณะนี้ใช้เพียงพ.ร.บ.มั่นคงหมวด 1 ดังนั้นทหารแค่เตรียมพร้อมในที่ตั้ง โดยจะเตรียมกำลังไว้ที่กองทัพภาค และ กอ.รมน. จังหวัด ซึ่งยังไม่ได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ในภาคสนาม ดังนั้นงบประมาณดังกล่าวก็ยังไม่มีการจ่ายออกไป



