ข่าว

สังคมแห่งการอ่าน

สังคมแห่งการอ่าน

22 ธ.ค. 2553

การอ่าน การเขียน เป็นกระบวนการสำคัญของการเรียนรู้ ซึ่งนำไปสู่สังคมแห่งความรู้ ที่ทำให้คนในสังคมมีความ

รู้คิด รู้ผิดชอบชั่วดี และมีจินตนาการ ซึ่งเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม มีการพัฒนาการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ แต่ในประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้เท่าที่ควร ผู้คนส่วนใหญ่ยังนิยมการบริโภคสื่อทางภาพและเสียงที่ให้ความบันเทิงมากกว่า

 บางท่านอาจจะมีคำถามว่า การไม่อ่านหนังสือจะทำให้คนถึงกับขาดใจตายหรือไม่ จริงอยู่การไม่ได้อ่านหนังสือก็เป็นเช่นเดียวกับการไม่ได้กินอาหาร ซึ่งไม่ทำให้คนที่ขาดอาหารขาดใจตายในทันทีทันใด แต่ผลของมันคือการทำให้คนคนนั้น ขาดความสมบูรณ์และสมดุลทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จนกลายเป็นปัญหาและภาระของสังคมไปในที่สุด

 เราไม่มีทางที่จะได้ลูกเสือจากแม่แมวฉันใด เราก็ไม่มีทางที่จะได้เด็กที่รักการอ่านจากพ่อแม่ที่ไม่อ่านหนังสือฉันนั้น ดังนั้น หากต้องการเยาวชนที่รักการอ่าน เราก็จะต้องหันมาให้ความสนใจการสร้างพ่อแม่นักอ่าน โดยเฉพาะการที่พ่อแม่เริ่มอ่านหนังสือที่ให้สุนทรียภาพทางอารมณ์ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ และอ่านหนังสือที่สร้างพัฒนาการทางความคิดและจิตใจซึ่งปลูกฝังคุณธรรมให้ลูกฟังตั้งแต่ลูกยังแบเบาะ รวมทั้งจัดให้การอ่านเป็นกิจกรรมและกิจวัตรของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดแรกของสังคมแห่งการอ่านแล้ว ยังเป็นการสร้างสายใยแห่งความผูกพันของทุกคนในบ้านอีกทางหนึ่งด้วย

 อย่างไรก็ตาม การสร้างนักเขียนซึ่งสร้างงานที่มีคุณค่าและการสร้างนักอ่านที่มีคุณภาพมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักอ่านที่มีคุณภาพจะเป็นผู้กำหนดทิศทางในการเขียนของนักเขียน ขณะเดียวกันก็เป็นกลไกธรรมชาติที่จะกำจัดหนังสือที่ด้อยคุณค่าออกไปจากระบบ

 การสร้างนักเขียน-นักอ่านที่มีคุณภาพ จะต้องทำทั้งในและนอกระบบการศึกษา เช่นการปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ตั้งแต่วิชาเรียงความ ย่อความ การอ่าน วิชาวรรณคดี จนถึงการประพันธ์ขั้นสูง รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่านการเขียนทั้งในสถานศึกษาและสังคมภายนอก เพิ่มพูนบทบาทขององค์กรทางวรรณกรรมให้มีความเข้มแข็งและมีบทบาททางสังคม

 ที่สำคัญก็คือต้องผลักดันการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริงและปรากฏผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งพิจารณาบรรจุแผนพัฒนาการอ่านไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาการอ่านอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งการพัฒนาการอ่านย่อมนำไปสู่การพัฒนาของสังคมในที่สุด

 การที่สังคมไทยตกอยู่ในสภาพที่ฉาบฉวย และเลื่อนไหลไปตามกระแสนิยมและอิทธิพลของการโฆษณาสินค้าเช่นในทุกวันนี้นั้น เกิดจากการที่คนในสังคมอ่านไม่เป็น คิดไม่เป็น ขาดรสนิยม และทำอะไรตามๆ กันไป โดยปราศจากวิจารณญาณ ดังนั้น การจะปฏิรูปสังคมใหม่ให้เกิดขึ้นได้ ประการแรกจะต้องปฏิรูปวิธีคิดของคนในสังคม ให้รู้จักครุ่นคิด รู้จักใคร่ครวญ และรู้จักคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างนักเขียนที่สร้างงานซึ่งมีคุณค่า และสร้างนักอ่านที่มีคุณภาพ เพื่อก้าวไปสู่สังคมแห่งการอ่านอย่างแท้จริง

 นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนากลไกสำคัญดุจดังห่วงโซ่ห้าประการอันได้แก่ สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย ร้านขายหนังสือ ควบคู่ไปกับการพัฒนานักเขียนและนักอ่าน เพื่อทำให้ห้าห่วงดังกล่าวของสังคมแห่งการอ่าน เคลื่อนไหวไปพร้อมกันและในทิศทางเดียวกัน ซึ่งแต่ละหน่วยในกระบวนการนี้ต้องมีความสัมพันธ์กันและเกื้อกูลกัน

 ครับ เรามาเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการสร้างเมืองไทยให้เป็นสังคมแห่งการอ่านกันเถอะครับ