
ยอมรับให้ได้ก่อน
มีความเห็นหลากหลายจากการตัดสินใจยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาลที่คิดว่า จังหวะเวลานี้น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศฉลองเทศกาลปีใหม่ให้คนไทยมีความสุขยิ่งขึ้น
แต่ก็มีหลายฝ่ายที่ยังคงหวาดผวาว่า หากยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงกระดาษเปล่าฉบับนี้ อาจจะทำให้ความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง
ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า การใช้กฎหมายฉบับนี้ก็คือ การตัดสินใจเป็นเผด็จการของรัฐบาล
แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ การตัดสินใจยกเลิก กฎหมาย ที่ถือว่าเป็นการใช้ "ยาแรง" ของรัฐบาลก็นับว่า กล้าที่จะก้าวสู่โลกของความเป็นจริง
ถึงจะก้าวแบบสั่นๆ ก็ตามเถอะ!
เพราะนี่คือวิถีที่ควรจะเป็น ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาเป็นรัฐบาล จะต้องพยายามบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ตามปกติให้ได้ ตราบใดที่สถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยคุกคามสาธารณะ ได้หมดไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ที่ใช้กฎหมายฉุกเฉินก็อ้างว่า เพราะกลไกตำรวจไม่ขับเคลื่อน ไม่ทำหน้าที่ในฐานะผู้รักษากฎหมาย แต่เมื่อได้ ผบ.ตร.คนใหม่มาแล้ว ก็ยังคงใช้กฎหมายฉบับนี้อยู่อีก ทั้งที่ภัยคุกคามสาธารณะนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับประชาชนคนทั่วไป
เป็นแต่เพียงความหวาดกลัวของรัฐบาล ที่คิดไปว่า ความเกลียดชังจากคนเสื้อแดงนั้นคือภัยที่กำลังคุกคามตน แล้วก็เลยไปเหมาว่า นั่นคือภัยที่คุกคามสาธารณะ
ทั้งที่กลไกตำรวจนับแต่ได้ตัว ผบ.ตร.คนใหม่ก็เร่งเครื่องสอบสวน จับกุม ดำเนินคดี ใช้กฎหมายอาญาจัดการกับการกระทำที่ละเมิดกฎหมายได้อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ศอฉ.ที่ตั้งขึ้นมานั้น ก็ไม่ได้ประชุมกันอย่างจริงจังมานานแล้วด้วยเช่นกัน
ระดับบิ๊ก ที่ต้องไปร่วมประชุม ศอฉ.บางราย แค่เห็นหมายไปทำบุญยกช่อฟ้า หรืองานเลี้ยงรุ่น ยังเลือกที่จะไปงานนั้นแทนที่จะมาประชุมร่วม ศอฉ.มานานแล้ว
เพราะคนระดับนั้นเขารู้ว่า อะไรเป็นอะไร ถึงจะรู้ว่า มีกลุ่มป่วนอยู่อีก 4-5 กลุ่ม แต่การกดดันอย่างจริงจัง โผล่มาเป็นจับ เพียงแค่นี้ก็เอาอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องใช้กฎหมายเผด็จการให้พร่ำเพรื่อ และกลายเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงกันข้ามเอาไปฟ้องโลกทำคนไทยทั้งประเทศพลอยเสียหน้าไปด้วย
ยิ่งนักธุรกิจทั้งหลายยิ่งไปกันใหญ่ เสียหน้าไม่พอ ค้าขายก็ลำบากยอดต่ำกว่าเป้ากันถ้วนหน้า
ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องของความกล้าหาญที่จะเผชิญปัญหา ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และการเลือกใช้เครื่องมือที่สากลให้การยอมรับ
ที่สำคัญต้องยอมรับให้ได้ด้วยว่า อะไรคือภัยคุกคามสาธารณะ อะไรคือภัยคุกคามรัฐบาล
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



