
สุวัจน์ยันไม่มีการรวมพรรคกับเพื่อแผ่นดิน
"สุวัจน์" แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา ยันยังไม่มีการรวมพรรคเพื่อแผ่นดินกับรวมชาติพัฒนาในขณะนี้ แย้มอนาคตเป็นไปได้ทุกอย่าง ไพโรจน์นัดแกนนำต่างมุ้งเคลียร์ใจ
วันนี้ (21 ธ.ค.2553 ) เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ถึงกรณีที่ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำกลุ่ม 3 พี พรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมาระบุว่า อาจจะมีการรวมพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้ากับพรรครวมชาติพัฒนา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเมืองในเร็ววันนี้ ว่า โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ฯออกมาพูดให้เกียรติพรรครวมชาติพัฒนา ซึ่งตนเองก็ถือเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้นำพรรคมาก่อนที่จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง
อีกทั้งว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์เองก็ถือเป็นนักการเมืองรุ่นพี่และเคยทำงานทางการเมืองร่วมกันมาตั้งแต่สมัยที่อยู่พรรคชาติพัฒนาซึ่งมี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัน เป็นหัวหน้าพรรคร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามจากการที่ได้พูดคุยกับทางคณะกรรมการบริหารพรรคในเบื้องต้น ทราบว่าทางพรรครวมชาติพัฒนา ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการรวมทั้ง 2 พรรคเข้าด้วยกันแต่อย่างใด
สำหรับส่วนตัวแล้วก็ยังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ตนจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งหรือมีส่วนตัดสินใจใดๆในพรรครวมชาติพัฒนา และยืนยันได้ว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือสัญญาณใดๆเกี่ยวกับการรวมทั้ง 2 พรรคเข้าด้วยกันในตอนนี้อย่างแน่นอน ส่วนตัวแล้วยังมองว่าเส้นทางการเมืองในวันข้างหน้ามีความเป็นไปได้ในทุกทิศทาง แต่ในส่วนของการรวมพรรคนั้นต้องมีการพิจารณาในรายและเอียดรวมทั้งข้อกฏหมายหลายขั้นตอน และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆที่จะทำให้มีการรวมพรรคระหว่างเพื่อแผ่นดินกับพรรครวมชาติพัฒนาเกิดขึ้นได้เลย
“ไพโรจน์”นัดแกนนำต่างมุ้งเคลียร์ใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อแผ่นดินว่า ค่ำวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำกลุ่มโคราช พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้นัดหารือกับแกนนำพรรคในแต่ละกลุ่ม เพื่อหารือเรื่องการควบรวมกับพรรครวมชาติพัฒนา โดยแกนนำแต่ละกลุ่มยืนยันทิศทางพร้อมจับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มของนายสุวัจน์ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยยึดถืออุดมการณ์ที่ประกาศไว้จะยึดชาติ ศาสน์ กษัตริย์เป็นสำคัญ ส่วนรายละเอียดให้เป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องพูดคุยและดูกันต่อไป เนื่องจากยังมีปัจจัยหลายอย่างประกอบการตัดสินใจ รวมถึงกลุ่มการเมืองอื่นที่อาจหวนกลับมาทำงานการเมืองร่วมกันด้วย ขณะนี้จึงเป็นการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมร่วมกันในหลายพื้นที่มากขึ้น



