
ลุยเกลอโจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียวโผล่มอบตัว
ลุย เพื่อนสนิท "โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว" โผล่เข้ามอบตัวหวั่นได้รับอันตราย ตร.คุมตัวฝากขังศาลค้านประกันตัว พ่อแม่โตมี่"รุดเยี่มตำรวจเหยื่อ"แก็งท่าอิฐ" หมอเผย"ด.ต.อรุณ"อาจพิการ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 ธ.ค. นางสมศรี จุนหิรัญ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/417 อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้พานายมานะ ร้อยจำปา หรือลุย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 403 ม. 5 ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หลานชาย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเพื่อนสนิทของจิ๊บ และโจ๊ก ไผ่เขียว และเป็นคนพาทั้งสองคนหนีตำรวจในวันที่วิสามัญ "โจ๊ก ไผ่เขียว" เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.อนุสรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
นางสมศรี เปิดเผยว่าตนเป็นคนเลี้ยงนายมานะ มาตั้งแต่อยู่ชั้น ป.1 เนื่องจากพ่อแม่ของนายมานะแยกทางกัน ปัจจุบันนายมานะมีภรรยาและมีลูก 2 คน ขายอาหารตามสั่งอยู่ที่ตลาดพระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน ส่วนตนขายของอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ไม่ค่อยได้มีโอกาสพบกัน จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ธ.ค.นายมานะ โทรศัพท์มาปรึกษาบอกว่าเห็นข่าวว่านายมานะไปเกี่ยวข้องกับคดีโจ๊ก จิ๊บ ไผ่เขียว และบอกว่านายมานะพาจิ๊บโจ๊กหลบหนี และยังก่อเหตุกับจิ๊บโจ๊กด้วย เกรงว่าตำรวจจะตามล่าตัว ตนจึงได้แนะนำให้นายมานะเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยติดต่อกับ พ.ต.อ. อนุสรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.อุทัย เนื่องจากคิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมและปลอดภัย ซึ่งได้คุยกับนายมานะเบื้องต้นนายมานะไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับนายจิ๊บโจ๊ก และไม่ได้พาทั้งสองหนีแต่อย่างใด
นายมานะ เปิดเผยก่อนเข้าไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า ตนมีอาชีพขายอาหารตามสั่ง ได้รู้จักกับสองคนพี่น้องเพราะทั้งสองมาทานข้าวที่ร้านเป็นประจำ จนมีความสนิทคุ้ยเคยกัน ในวันที่เกิดเหตุวิสามัญโจ๊ก ตนขี่จยย.ไปหาโจ๊กที่อาพาร์ทเม้นท์ เพื่อจะไปยืมเงิน แต่พบว่ามีตำรวจและมีคนอยู่บริเวณแมนชั่นจำนวนมาก และได้ยินคนพูดกันว่ามาจับโจ๊ก จึงเกิดความกลัวหันรถกลับออกจากแมนชั่นทันที ซึ่งเข้าใจว่าคงมีคนรู้จักหรือเห็นตน จึงเข้าใจว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือพานาย จิ๊บหนี ซึ่งตนไม่รู้เรื่อง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุใดๆทั้งสิ้น โดยจะขอให้การชั้นศาล
พ.ต.อ.อนุสรณ์ เปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจากญาติของนายมานะ เพื่อขอพานายมานะเข้ามอบตัว เนื่องจากเกรงว่านายมานะจะได้รับอันตราย ซึ่งขณะนี้ตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดและอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ส่วนหลักฐานอื่นๆที่จะโยงไปยังนายจิ๊บหรือโจ๊ก นั้นยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามจะทำการสอบสวนและนำตัวนายมานะไปฝากขังศาลภายใน 48 ช.ม. โดยคัดค้านการประกันตัวด้วย
พ่อแม่โตมี่"รุดเยี่มตำรวจเหยื่อ"แก็งท่าอิฐ"
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ นายสุพัด ดีผิว อายุ 44 ปี และนางสำรวย ดีผิว อายุ 42 ปี พ่อและแม่ของด.ช.โภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ พร้อมด้วยนายจักรพันธ์ ดีผิว อายุ 19 ปี ได้นำกระเช้าดอกไม้เดินทางเข้าเยี่ยม ด.ต.อรุณ แตงสมุทร และ ส.ต.อ.นพดล เหมือนดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.2.บช.น. ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิงใส่จนได้รับบาดเจ็บขณะที่เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด
นางสำรวย เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวตนรู้สึกตกใจและเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ไปคล้ายกับกรณีของน้องโตมี่ ตนไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก อยากให้คนที่กระทำผิดเข้ามอบตัวและเลิกพฤติกรรมดังกล่าว ตนหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายมาลงโทษได้ ซึ่งตนดีใจมากที่ตำรวจทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าตำรวจทำดีที่สุดแล้ว สุดท้ายนี้ตนขอให้ตำรวจทั้ง 2 คนหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป
ส.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ขณะนี้อาการดีชึ้นมากแล้ว โชคดีที่กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ แต่เพื่อนตำรวจอีกคนหนึ่งอาการค่อนข้างหนัก ตนรู้สึกเป็นห่วงมาก ทั้งนี้หลังจากอาการหายดีและสภาพจิตใจพร้อมแล้วตนจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ปราบคนร้ายเช่นเดิม แต่จะต้องระวังตัวให้มากขึ้น สมัยนี้โจรใช้วิธีการที่แยบยลมากขึ้นและมีอาวุธร้ายแรงที่พร้อมจะต่อสู้กับตำรวจ ตั้งแต่ตนเข้ามารับราชการตำรวจก็คิดว่าคงจะต้องมีเหตุการณ์เช่นนี้ อยู่ที่ว่าจะโดนมากหรือน้อย และเราหรือโจรที่จะเป็นคนรอด ซึ่งตนขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดต่อไป
ต่อมาพ่อแม่ของน้องโตมี่ได้เดินลงไปที่ชั้น 3 ของโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเยี่ยมอาการของ ด.ต.อรุณ แต่เนื่องจากด.ต.อรุณ ยังอยู่ในห้องไอซียู พ่อและแม่ของน้องโตมี่จึงมองกระเช้าดอกไม้ให้กับ นางวิมาลา อุดมพันธ์ อายุ 48 ปี ภรรยาของ ด.ต.อรุณ โดยนางวิมาลา กล่าวว่า ขณะนี้สามียังไม่รู้สึกตัว ซึ่งตนก็คอยพูดกับสามีทุกวันว่าให้ฟื้นขึ้นมาได้แล้ว ลูกและครอบครัวกำลังรออยู่ ตนภาวนาขอให้เกิดปาฏิหารย์ขึ้นกับสามีเพราะเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ตนมีลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งหลังจากที่ทราบข่าวก็จิตใจย่ำแย่ อย่างไรก็ตามทางผู้บังคับบัญชาได้ให้การดูแลช่วยเหลือครอบครัวตนอย่างดีและหากสามีฟื้นโดยที่สภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม ก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนธรรมมิสลามจำนวนกว่า 20 คน ได้เดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย โดยนายณรงค์ ศรีโคตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ป้องกันยาเสพติดโรงเรียนธรรมมิสลาม กล่าวว่า หลังจากที่รู้ข่าวพวกตนรู้สึกเสียใจมากที่เหตุการณ์ดังกล่าวไปเกิดขึ้นในชุมชนของพวกตน และยังเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ที่เป็นคนปราบปรามยาเสพติดให้กับประชาชนในย่านท่าอิฐ ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
พ.ต.อ.นพ.พงศ์ธร สุโฆสิต แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า สำหรับอาการของ ด.ต.อรุณ ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ เนื่องจากกระสุนไปทำลายไขสมองส่วนที่รับความรู้สึก ส่วนความดันปกติไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนนี้ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ เพราะบาดแผลค่อนข้างสาหัส ไขสันหลังโดนทำลาย อาจจะพิการตั้งแต่ท่อนแขนลงไป แต่เรื่องการเสียชีวิตอย่างกระทันหันไม่มีแล้วไม่เหมือนกับตอนที่เข้ามารักษาใหม่ๆ
พ.ต.อ.นพ.พงศ์ธร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามแพทย์ได้ทำการผ่าตัดไปแล้ว 2 ครั้ง หากคนไข้ฟื้นก็จะสามารถประเมินผลอาการได้อีกครั้ง ส่วนอาการของส.ต.ท.นพดล อาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก แต่มีเรื่องของดวงตาที่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงจนเยื่อตาอักเสบ แต่ไม่ส่งผลกระทบจนทำให้ตาบอด ซึ่งจะต้องพักรักษาตัวอีกสักระยะ



