
ทหารเข้มชายแดนสกัดของเถื่อน กองทัพภาคที่ 2-3 เดินหน้าสกัดกั้นการนำเข้า
ภูมิภาค-แม่ทัพภาคที่ 2 ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องสกัดพื้นที่แนวชายแดนไทยลาว/ไทย-กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นการลอบนำเข้าทั้งของเถื่อนและยาเสพติด ด้านกองทัพภาคที่ 3 ขอกำลังพลเฝ้าระวังขบวน
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะเป็นช่วงที่มีขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่จากประเทศเพื่อนบ้านนำเข้ามาในเขตไทย ทางกองทัพภาคที่ 2 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนตรวจ และวางกำลังคุมเข้มในแนวรอยต่อจุดเสี่ยง โดยเฉพาะตามแนวชายแดนฝั่งลาวที่อุบลราชธานี หนองคาย อำนาจเจริญ และฝั่งกัมพูชา ที่ศรีสะเกษและสุรินทร์ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมการขนสินค้าหนีภาษีเข้าสู่ประเทศไทยได้
นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว กรณีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านตามแนวชายแดนก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่จะถูกนำเข้ามาในเขตไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากแนวชายแดนของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีพื้นที่บริเวณกว้าง ทำให้การควบคุมในทุกๆ จุดพร้อมๆ กันทำได้ลำบาก อย่างไรก็ตามทางกองทัพภาคที่ 2 และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามาร ถเพื่อให้ยาเสพติดหลุดรอดเข้าสู่ประเทศน้อยที่สุด
พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ทางกองทัพได้เน้นย้ำการป้องกันปัญหายาเสพติดตลอดแนวชายแดน โดยให้แนวทางกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ให้เข้มงวดสกัดกั้นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้ทะลักเข้ามาในพื้นที่
นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ทางศูนย์ได้สนธิกำลังกับ ศตส. อ.แม่ลาน้อย และกำลังอาสาสมัคร จ.แม่ฮ่องสอน รวม 30 นาย เข้าทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ขุนแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องงสอน จำนวน 2 แปลง พื้นที่ปลูกฝิ่น 200 ตารางวา ซึ่งได้ตัดทำลายต้นฝิ่น ประมาณ 1.5 หมื่นต้น สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตรอยต่อระหว่าง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน กับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
นายชลอศักด์ วาณิชย์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา และร่วมจัดทำแผน/กำหนดเป้าหมาย การดำเนินการในปี 2554 ตามแผนปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ระยะที่ 3 (พ.ย.53-ก.ย.54) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการลดระดับความรุนแรงของยาเสพติด และขจัดความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากรายงานของ ศตส.จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า ในห้วงเดือนตุลาคม 2552-กันยายน 2553 มีการจับกุมคดียาเสพติดทั้งสิ้น 4,787 คดี ผู้ต้องหา 6,147 คน เหตุเกิดสูงสุดในพื้นที่ อ.เมือง จำนวน 913 คดี รองลงมา อ.เกาะสมุย 851 คดี อ.เกาะพะงัน 442 คดี อ.พระแสง 397 คดี และ อ.กาญจนดิษฐ์ 329 คดี ที่เหลือกระจายตามอำเภออื่นๆ



