
เมเจอร์-เอสเอฟฯลุ้น54ปีทองธุรกิจเหตุหนังดังจ่อเข้า
เมเจอร์-เอสเอฟฯ เชื่อปีหน้าปีทองอุตสหากรรมภาพยนตร์ คาดเติบโตได้ 15-20% เหตุมีหนังฟอร์มยักษ์แห่เข้าฉายทั้งปีทั้งไทยและเทศ
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปี 2554 มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่า 15% จากมูลค่า 4,000 ล้านบาทในปีนี้ จากการเปิดตัวหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์ ที่เตรียมออกฉาย เช่น แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคจบ ทรานฟอร์เมอร์ ทไวไลท์ ภาคจบ ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน นอกจากนี้ยังมีหนังไทยชื่อดัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ออกฉายอีก 2 ภาค และหนังไทยอีกประมาณ 50 เรื่อง ซึ่งหลายเรื่องน่าจะทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากทิศทางดังกล่าว เมเจอร์ไว้วางแผนขยายการลงทุนในปีหน้าประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในประเทศกว่า 600 ล้านบาท จากการขยายโรงภาพยนตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพิ่มอีก 40-50 โรง และการลงทุนในอินเดีย 360 ล้านบาท เพื่อขยายโรงภาพยนตร์เพิ่มเติม และศึกษาเพื่อขยายการลงทุนในประเทศอื่นๆ
“อุตสหกรรมภาพยนตร์ปีหน้าจะกลับมาเติบโตสูงเช่นเดียวกับปี 2550 ขณะที่หนังไทยมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์ 50% เท่ากับหนังต่างประเทศ” นายวิชา กล่าวและว่า ภายในสิ้นปีนี้จะมีโรงภาพยนตร์ในตลาดกว่า 500 โรง เป็นโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ 370 โรง โดยในช่วง 5 ปีจากนี้ เมเจอร์ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 500 โรง นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายโรงภาพยนตร์ดิจิทัลภายใน 5 ปี น่าจะอยู่ที่ 150 โรง จากปัจจุบันอยู่ที่ 36 โรง
นายสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ประเทศไทยในปีหน้าว่า เรียกได้ว่า “ปีทอง” คาดว่าภาพรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% หรือมีมูลค่าตลาดกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่เอสเอฟตั้งเป้าหมายการเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาด



