ข่าว

ส่งออกฉลุยยอดเดือนพ.ย.โต28%ผู้ส่งออกชี้ผลกระทบเงินบาทแข็งค่าโผล่ต้นปีหน้า

ส่งออกฉลุยยอดเดือนพ.ย.โต28%ผู้ส่งออกชี้ผลกระทบเงินบาทแข็งค่าโผล่ต้นปีหน้า

21 ธ.ค. 2553

ส่งออกเดือนพฤศจิกายนโต 28.4% พาณิชย์เชื่อปีนี้เกินเป้าขยายตัว 26-28% ชี้ยอดในตลาดหลักยังเติบโตต่อเนื่อง มองเงินบาทแข็งยังไม่เป็นอุปสรรคมาก ผู้ส่งออกปรับตัวได้ดี ด้านเอกชนระบุบาทแข็งยังไม่สะท้อน รอไตรมาสแรกปีหน้าผลกระทบโผล่

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขส่งออกเดือนพฤศจิกายน 2553 ว่า การส่งออกยังขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า 17,699.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.4%  เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 524,800.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% มีส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 17,292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.3% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 407.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 สำหรับการส่งออกในช่วง 11 เดือนของปี 2553 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีมูลค่ารวม 177,977.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดในรูปเงินบาทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 20.1% ซึ่งคาดว่าปีนี้ทั้งปีการส่งออกของไทยจะขยายตัวในอัตรา 26-28%  ขณะที่การนำเข้าในช่วง 11 เดือน มีมูลค่ารวม 166,101.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 39.3% คิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 5,348,135.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.8%   

 "การส่งออกสินค้าที่มีการขยายตัวเนื่อง เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถปรับราคาสินค้าได้ตามค่าเงินที่แข็งค่าได้ และยังรับสถานการณ์ได้ ซึ่งขณะนี้ค่าเงินยังนิ่งและไม่แกว่งเกินไปจึงส่งผลให้การส่งออกขยายตัว อีกทั้งยังมีปัจจัยจากการใช้สิทธิประโยชน์ของเอฟทีเอ และการค้าชายแดนที่ส่งผลให้การส่งออกของเดือนนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น” นางพรทิวากล่าวและว่า ตลาดส่งออกสำคัญก็ขยายตัวทุกตลาด เช่น อาเซียน จีน ญี่ปุ่น โดยตลาดที่หดตัวมีเพียงตลาดเดียวคือ ทวีปออสเตรเลีย เนื่องจากการส่งออกโครงก่อสร้างทำด้วยเหล็กและเหล็กกล้าลดลง

 สำหรับการส่งออกในปีหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศที่รวดเร็ว และราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ราคาสูงขึ้นในตลาดโลก โดยกระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 ธันวาคม 2553

 นายสุกิจ คงปิยาจารย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ปัญหาเงินบาทแข็งค่ายังไม่มีผลกระทบให้เห็นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสะท้อนต่อภาพรวมการส่งออกในต้นปีหน้า หรือประมาณไตรมาสแรก ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ส่งออกไทยลดลง เพราะต้องแบกภาระทั้งค่าเงินและต้นทุนจากแรงงานและราคาพลังงาน รวมถึงผู้ซื้อปลายทางไม่สามารถยอมรับให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกสั่งสินค้าจากคู่แข่งที่ค่าเงินแข็งค่าน้อยกว่าไทยได้ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าทรงตัว หรือค่อยๆ ลดลง เพราะผู้ส่งออกเองก็ไม่ต้องการรับคำสั่งซื้อมาก เพื่อลดความเสี่ยงขาดทุนจากปัญหาค่าเงิน