ข่าว

พม่าหลังเลือกตั้งกับทางสองแพร่ง(3)

พม่าหลังเลือกตั้งกับทางสองแพร่ง(3)

21 ธ.ค. 2553

วิกิลีกส์ได้เปิดโปงถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลพม่าจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาห้าปีไม่มีใครยืนยันได้ว่า พม่ามีแผนการนี้จริงหรือไม่ ในโทรเลขของสถานทูตสหรัฐอเมริกาที่ส่งต่อไปที่กรุงวอชิงตัน พร้อมกับข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องความร่วมมือทางด้านกา

 ประเด็นนี้มีผลกระทบกระเทือนอนาคตไทยโดยตรง สาเหตุที่รัฐบาลทหารพม่าต้องการอาวุธมหาประลัยทำลายโลก ก็เพราะสาเหตุหนึ่งต้องการข่มขู่ไทย ซึ่งเป็นกรอบความคิดของพม่าที่ได้ทำต่อชาติไทยและคนไทยมาตลอดหลังเผ่ากรุงศรีอยุธยาเมื่อสองร้อยสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา ความรู้สึกที่ได้ปราบกรุงศรีอยุธยาจนราบคาบเป็นความรู้สึกที่พม่าพยายามรักษา เพื่อสร้างความรู้สึกในชาติว่า ไทยเป็นประเทศขี้แพ้ (รองสังเกตดู เวลาผู้นำไทยพูดถึงพม่า จะกล้าๆ กลัวๆ ส่วนคนไทยก็แสดงออกมาทางวรรณกรรม ละครและเรื่องเล่าที่เว่อร์เกินปกติ เป็นต้น)

 ในปีสองปีนี้ นางออง ซาน ซูจี หรือผู้นำพม่าอื่นๆ ต้องเผชิญกับปัญหานี้อย่างแน่นอน ผู้เขียนเชื่อว่า พม่าที่ไม่ได้เป็นเผด็จการ มีความเป็นประชาธิปไตย จะไม่มีทางดำเนินนโยบายสร้างระเบิดนิวเคลียร์นี้ต่อ แน่นอนการใช้พลังปรมาณูเพื่อสันติภาพ สามารถทำกันได้ในกรอบข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศด้านปรมาณู มีการควบคุมเข้มข้น

 เท่าที่ติดตามดู โทรเลขที่ได้นำมาเปิดเผย ชี้ชัดว่า ผู้นำพม่ามีการติดต่อกับเกาหลีเหนือมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2002 เพื่อนำเทคโนโลยีทางด้านนิวเคลียร์เข้ามา เพราะประเทศไหนมีเงินสามารถซื้อหากันได้ จึงไม่แปลกที่สหรัฐอเมริกาให้ความสนใจเรื่องนี้มาก

 ผู้เขียนได้เกริ่นมานานแล้วว่า รัฐบาลไทยและฝ่ายความมั่นคงยังไม่พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะยังคิดแบบเด็กๆ ว่า พม่าจน ไม่มีกึ๋น ไม่สามารถทำระเบิดนิวเคลียร์ได้ ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องของอนาคต (ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ในตอนนี้จะเป็นห่วง) แค่ปัญหาทวิภาคีวันต่อวันที่มีกับพม่า ก็จะแก้ไม่ไหวอยู่แล้ว ยังไปห่วงเรื่องที่เป็นได้อย่าง จะไปคิดทำไมตอนนี้ อีกยี่สิบปีข้างหน้า มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ก็คงมีระเบิดนิวเคลียร์กันแล้ว

 ยี่สิบปีก่อนไม่มีใครคิดเหมือนกันว่า อิหร่านหรือเกาหลีเหนือจะคิดสร้างระเบิดนิวเคลียร์ มาตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว มันสายเกินแก้ไปแล้ว วัวหายจึงล้อมคอก

 สามเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องรีบทำเป็นการเร่งด่วน เพื่อป้องปรามพม่ากับความทะเยอทะยานเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ คือ หนึ่งให้การสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยพม่าให้มีความยั่งยืนที่สุด การมีส่วนร่วมประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจะเป็นมาตรการที่ดีที่สุด ในการหยุดแผนการนี้ สองไทยต้องคิดหาทางเลือกที่สามารถลดการพึ่งพาพม่าอย่างมีระบบและยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ เพราะที่เป็นอยู่เป็นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจที่นักลงทุนไทยเข้าไปกวาดผลประโยชน์ก่อน โดยไม่ได้ความสำคัญต่อประชาชนในประเทศ (ให้ศึกษาบทเรียนนักลงทุนไทยในกัมพูชา)

 ประเด็นสุดท้ายคือ ไทยต้องเปลี่ยนแนวความคิดและแนวทางปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยพม่า แรงงานเถื่อน ชนกลุ่มน้อย นโยบายที่ทำอยู่ได้ผลครึ่งๆ กลางๆ และสร้างความเกลียดชังให้แก่คนพม่ากว่าสามล้านคนที่เข้ามาอาศัยใบบุญของไทย ถ้ายังเป็นเช่นนี้ ไทยจะมีสุขได้อย่างไร