ข่าว

ทหารไทย-เขมรชายแดนสระแก้วชื่นมื่น

ทหารไทย-เขมรชายแดนสระแก้วชื่นมื่น

05 เม.ย. 2552

ทหารไทย-เขมร ชายแดนสระแก้วสานสัมพันธ์ชื่นมื่นยันชายแดนสระแก้ว-บันเตียเมียนเจย สงบราบรื่นไม่มีรบ แม่ค้าภูมิซรอลเตรียมเปิดแผงขายสินค้า-หลังเสียงปืนหยุด ชาวบ้านทวงบุญคุณเคยให้ข้าวน้ำทหารเขมร

 เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 5 เม.ย.52 พ.อ.วสุ เจียมสุข ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ได้เชิญเจ้าหน้าที่ทหารของกัมพูชา ที่ดูแลพื้นที่ชายแดนติดกับชายแดน จ.สระแก้ว มาที่ บก.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยืนยันทหารไทย-กัมพูชา ที่อยู่ชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กับทหารกัมพูชา ยังเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

 โดยฝ่ายไทยมี ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 , พ.ต.ศลิษฎพงษ์ แก้วพิลา ผบ.ร้อย ทพ.1201 , พ.ต.สมศักดิ์ จิตตคาม ผบ.ร้อย ทพ.1205 และตัวแทนกองร้อยทหารพรานหน้าแนว มาร่วมต้อนรับ

 ส่วนฝ่ายกัมพูชา ได้มี พ.อ.ซาย สุวรรณเรศ ผบ.พัน.ปชด.503 ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ด้าน ติดกับชายแดน จ.สระแก้ว และเป็นตัวแทนของผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชาเป็นหัวหน้าคณะนำ พ.ท.เก๊ะ บุน ผบ.พัน ปชด.503 ส่วนหน้า เมืองปอยเปต ,พ.ท.ดุ๊ก สวาท ผบ.พัน.ปชด.503 ส่วนหน้าบ้านบึงตากวน และ พ.ต.ท.ซุก อาง ผบ.พัน ตชด.911 ของกัมพูชา พร้อมคณะนายทหารระดับผู้คุมหน่วยในพื้นที่ชายแดน อีกรวม 20 คน ได้เดินทางเข้ามาพัฒนาสัมพันธ์กับ ฉก.กรม.ทพ.๑๒ กกล.บูรพา ณ.บก.ร้อย ทพ.๑๒๐๖ ฉก.กรม.ทพ.๑๒ กกล.บูรพา(กองร้อยคลองลึก)

 ซึ่งการพัฒนาสัมพันธ์ เป็นการพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองในบรรยากาศที่ชื่นมื่นต่างทักทายกันอย่างสนิทสนม ทำให้พ่อค้า แม่ค้า นักท่องเที่ยวและนักพนันที่เดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ต่างมองกันอย่างชื่นชม และสบายใจ ทำให้บรรยากาศจากเหตุการณ์ความตรึงเครียด ที่มีการสู้รบระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดน ด้านเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ และเกิดความหวั่นวิตกว่าเหตุการณ์ณ์อาจบานปลายมาสู่ชายแดนด้านนี้นั้น ได้หายไปอย่างปลิดทิ้ง

 พ.อ.วสุ เจียมสุข ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา เปิดเผยว่า การพัฒนาสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในวันนี้เพื่อแสดงให้ประชาชนทั้งสองประเทศเห็นว่า ทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดน จ.สระแก้ว และ จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา มีการติดต่อและสานสัมพันธ์กันตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด หรือเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกัน และการจัดพัฒนาสัมพันธ์ นั้นได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายทางด้านนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจะไม่มีการจับอาวุธมาสู้รบกันแน่นอน อีกทั้งปัญหาทางด้านเขาพระวิหาร ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องมาถึงชายแดนด้านนี้

 ส่วน พ.อ.ซาย สุวรรณเรศ ผบ.พัน.ปชด.503 ซึ่งเป็นตัวแทนของภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ก็ได้กล่าวเช่นกันว่า ทหารกัมพูชาและทหารไทย ทางด้านชายแดน จ.สระแก้ว-จ.บันเตียเมียนเจย เป็นมิตรที่ดีต่อกัน เราจะไม่สู้รบกัน หากมีปัญหาเราก็จะมาคุยกัน และการมาครั้งนี้ เป็นที่ยืนยันว่า เรายังเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

แม่ค้าภูมิซรอลเตรียมเปิดแผงขายสินค้า-หลังเสียงปืนหยุด
 
 นางน้อย ทองปัญญา อายุ 40 ปี แม่ค้าเพิงแผงลอยที่สามแยกหมู่บ้านภูมิซรอล หมู่บ้านสุดท้ายทางขึ้นเขาพระวิหาร เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ตนได้มาเปิดร้านเพื่อที่จะขายของ ภายหลังจากที่ปิดร้านไปเมื่อสองวันก่อน เนื่องจากได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นที่ด่านบนเขาพระวิหาร และได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่า ขอให้หลบเข้าอยู่ที่บ้านของตนเอง และเก็บข้าวของเท่าที่จำเป็นไว้ เผื่อจะมีคำสั่งด่วนเพื่อการอพยพหนีภัยสงคราม

 แต่พอมาวันนี้ เสียงปืนได้หยุดดังแล้ว ตนจึงมาเปิดร้านขายของใหม่อีกรอบ แต่ไม่ได้หวังว่าจะขายให้แก่นักท่องเที่ยว แต่หวังว่าน่าที่จะขายให้แก่ทหารที่มาประจำการ และหิวข้าว เข้าเวรดึก เดินทางกลับลงมากินข้าว เลิกยิงกันแล้ว สงบสุขแล้ว เตรียมเปิดด่านใหม่อีกรอบ ซึ่งหากเปิดทันก่อนเทศกาลสงกรานต์ เชื่อว่า ประชาชนชาวบ้านในแถบนี้ จะมีรายได้อีกครั้ง หลังจากยากจนมานาน เพราะขายของไม่ได้

 ด้านนายเสนีย์ จิตตเกษม ผจว.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอัน เนื่องมาจากการอ้างสิทธิ์บนพื้นที่ทับซ้อน 4.5 ตรม. ที่ต่างคนต่างถือแผนที่คนละฉบับไทยเองถือฉบับ 1 ต่อ 50,000 แต่กัมพูชา ถือฉบับ 1 ต่อ 2 แสน ทำให้มีพื้นที่ทับซ้อนกันเข้ามาลึกถึงตลาดบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร  แท้จริงแล้ว ตามบันทึกข้อตกลง การแบ่งเส้นพรมแดน หากอยู่บนภูเขา ทั่วโลกจะถือเอาสันปันน้ำ นั่นก็คือ หากสังเกตดุเวลาฝนตก หากน้ำไหลจากหลังเขาลงไปทางกัมพูชา ก็ให้ถือว่า พื้นที่ตั้งแต่ตรงนั้นเป็นของกัมพูชา และหากพื้นที่ตรงไหนที่น้ำไหลลงมาทางฝั่งไทย ก็ให้ถือว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของไทย ยกเส้นตามคำสั่งของศาลโลกที่ระบุว่า ปราสาทเขาพระวิหาร ให้เป็นของกัมพูชา นั้นคือ เฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ที่เป็นของกัมพูชา พื้นที่นอกเหนือจากนั้น ให้เป็นไปตามข้อตกลงของสากลโลก ที่ยึดสันปันน้ำ

 แต่เท่าที่ทราบ กัมพูชา เองก็ไม่พยายามที่จะพูดถึงเรื่องการแบ่งแบบสันปันน้ำ แต่อ้างเอาเพียงแผนที่ของฝรั่งเศส 1 ต่อ 2 แสนเท่านั้น ประกอบกับการประชุมร่วม JBC ไม่เคยที่จะพูดถึงเรื่องการแบ่งปักปันเขตแดนไทยกัมพูชา เพราะพูดเรื่องนี้ที่ไร ปิดประชุมไปเฉยๆ ขณะเดียวกันทหารไทยเอง ที่ไปทำข้อตกลงในการที่จะร่วมลานตระเวนร่วมกันของทหารทั้งสองฝ่าย บนพื้นทีทับซ้อน 4.5 ตรม.นั้น เท่ากับว่ายอมรับให้กัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ไทยได้ หรือยอมรับว่าที่ดังกล่าวเป็นของเขาด้วย แท้จริงแล้วไม่ใช้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นของไทยมาก่อนทั้งหมด

 ขณะที่แหล่งข่าวแจ้งมาว่า จากการที่เฝ้าดูสถานการณ์ ประจำการอยู่บนฐานเสาธง ตรงผามออีแดง หน้าสธูปคู่ สังเกตเห็นรถถังของกัมพูชา จำนวน 8 คัน วิ่งเข้ามาประจำการที่ชายแดน โดยกระจายกำลังกันออกห่างกันเป็นระยะๆ นับตั้งช่องตาเฒ่า ตลอดแนวถึงภูมะเขือ หรือหันปลายกระบอกปืนมาทางฝั่งไทยทุกคัน พร้อมกับมีการเคลื่อนกำลังพลเข้ามาเต็มกำลังด้วย ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่า ผลการเจรจาเบื้องต้นในวันนี้ของผู้นำทหารทั้งสองฝ่าย จะใช้ได้ไปสักกี่วัน จึงทำให้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ยังถูกสั่งปิดห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปเที่ยวต่อไป อย่างไม่มีกำหนดอีกเช่นเคย

 ขณะเดียวกันก็มีใบปลิวโปรยมาในพื้นที่  มีข้อความสรุปว่า “จะสร้างรัฐใหม่ ต้องประกอบด้วยพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศไทย จึงมีการดำเนินแผนการต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะสำเร็จในเวลาอีกไม่นาน

 คือ 1. การที่จะเข้ายึดครองประเทศได้นั้น ไม่สามารถใช้กำลังทางทหารบุกยึดเอาได้อีกต่อไป 2. ประเทศไทย มีความเป็นหนึ่งเดียว คนในชาติสามัคคีกันมาก และเศรษฐกิจเริ่มเข้มแข็ง แผนการณ์จึงต้องทำลายผู้นำ แยกประชาชน เปลี่ยนการปกครอง การเติบโตของไทย"

ชาวบ้านทวงบุญคุณเคยให้ข้าวน้ำทหารเขมร

 นางปราณี บัวจัน อายุ 50 ปี ชาวบ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า หากเกิดสงครามขึ้นจริง ๆ ก็คงไม่หนีไปไหน เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้กลับมาเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันเหมือนเดิม ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า ทำไมเขมรถึงอยากจะทำสงครามกับประเทศไทยมากนัก  อยากให้นึกถึงในอดีต ในสมัยเมื่อเขมรเกิดสงครามสู้รบกันเอง เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา

 ตอนนั้นตนอยู่ภูกระแซง มีทหารเขมรไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเข้าในหมู่บ้านบอกว่าหิวข้าว ก็หาข้าวให้กิน บอกว่า เพื่อนรออยู่อีกหลายคน ยังไม่มีใครได้กินข้าวเลย ตนกับเพื่อนบ้านก็จัดส่งข้าวส่งน้ำให้อย่างดี หน้าหนาวเข้ามาขอผ้าห่ม ก็จัดหาให้ เพราะเห็นว่าเป็นคนเหมือนกัน จึงเกิดความสงสาร มีทหารคนหนึ่งมาบ่อยมากจนเกิดความสนิทสนม และเขาถามว่า อยากได้อะไรไหม ตนก็บอกว่า อยากได้เปลนอนของทหาร วันหลังเขาก็หามาให้จริง ๆ ความสัมพันธ์ในอดีตตรงนี้ อยากให้เขมรคิดถึงบ้าง

 “ประเทศไทยมีความโอบอ้อมอารีย์ และให้การช่วยเหลือเขมรมามากขนาดไหน ทำไมวันนี้จะมาท้ารบกับประเทศที่เคยมีบุญคุณกับตัวเองได้ลงคอ ” นางปรานี กล่าว

 ผอ.รพ.อุบลฯยันทหารไทยปลอดภัย
 
 พ.อ.พิสุทธิ์ ศรีจันทราพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เกี่ยวกับอาการของทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จำนวน 8 นาย และที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี จำนวน 2 นาย

 อาการล่าสุดของทหารที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ 8 นาย ได้แก่ พลฯเอกพจน์ จอดสันเทียะ อายุ 25 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ใต้เข่าขวาและไหลาซ้าย พลฯพิจิตร ศรีจันทร์ อายุ 22 ปี มีแผลฉีกขาดที่บริเวณขา พลฯสมบูรณ์ พรมดี อายุ 21 ปี มีบาดแผลที่บริเวณท้อง และชายโครงขวาอาการของไข้มาลาเรีย , พลฯชัยสิทธิ์ นาเมือง มีแผลโดนสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา และต้นขาซ้าย พลฯธีรวัฒน์ บุญสาร โดนสะเก็ดระเบิดที่ศรีษะ ลำตัว และขาเป็นแผลฉีกขาด ส.อ.สุริยันต์ อิ่มบุตร อายุ 23 ปี แผลที่นิ้วหัวแม่มือด้านซ้าย นิ้วชี้ซ้ายขาดระดับข้อมือที่ 1 และแผลที่ต้นขาซ้าย , พลฯเด็ดเดียว วิไลลักษณ์ อายุ 22 ปี มีบาดแผลที่บริเวณต้นแขนขวา และ จ.ส.อ.สุวัฒน์ ชนะบูรณ์ อายุ 44 ปี เหยียบกับระเบิดขาซ้ายขาด ขาขวามีแผลฉีกขาดยาวประมาณ 10 ซ.ม.

 พ.อ.พิสุทธิ์ ศรีจันทราพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอาการทหารที่เข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ได้แก่ สิบเอกอานนท์ ศรีนวล อายุ 23 ปี ถูกยิงมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ศรีษะ และบริเวณต้นขาขวา ต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการสาหัสมาก แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และสิบเอก ศราวุธ ลี้ลับ อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณศรีษะ และฝังอยู่ในสมอง แพทย์ทำการผ่าตัดสมองเอาสะเก็ดระเบิดขนาด 1 X3 ซ.ม.ออก โดยอาการปลอดภัยแล้ว สำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด เป็นทหารสังกัดร.16 พัน 2 ค่ายบดินทร์เดชา จ.ยโสธร

เจรจาไทย-เขมรราบรื่นแต่ทหารกัมพูชาอ้างพร้อมรบ

อย่างไรก็ตามสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แม้นความตึงเครียดในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ได้บรรเทาลงแล้ว แต่ทหารฝ่ายกัมพูชา ระบุว่ายังคงวิตกต่อข้อพิพาทที่เกิดขึ้น หลังเกิดการยิงปะทะกันที่ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิตไป 2 นาย พวกทหารได้พูดคุยกัน และแม้บางคนจะเก็บอาวุธไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยืนยันว่า พร้อมที่จะต่อสู้หลังเพิ่งจะปะทะกับทหารไทยเมื่อวันศุกร์ ซึ่งนับเป็นการขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือนแห่งความบาดหมางเรื่องดินแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร ที่สร้างเมื่อศตวรรษที่ 11

ผู้บัญชาการบุน เธียน ของกัมพูชา ระบุว่า สถานการณ์ไม่ได้รุนแรงขึ้น แต่ถ้าฝ่ายไทยพยายามที่จะเข้าไปยังพื้นที่ต้องห้าม บางสิ่งบางอย่างก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าทหารไทยไม่เข้าไป ก็จะไม่มีปัญหา