
"บิ๊กหอยนั่งต่อ พรรคพลังคนกีฬา
บิ๊กหอย วนัสธนา สัจจกุล ยังเหนียว สมาชิกเทเสียงสนับสนุนนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังคนกีฬาอีกสมัย ลั่นเลือกตั้งสมัยหน้าส่งผู้สมัครครบ 365 เขต พร้อมเพิ่มนโยบายผลักดัน รัฐบาลแห่งชาติ โดยพรรคพลังคนกีฬาเป็นตัวขับเคลื่อนการเมือง
ที่ห้องประชุมสนามกอล์ฟปัญญารามอินทรา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา พรรคพลังคนกีฬา เปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคแทนชุดเดิมตามมาตรา 8 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ปรากฏว่า “บิ๊กหอย” วนัสธนา สัจจกุล ยังคงได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกจำนวน 230 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียงให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป
ขณะที่ในส่วนกรรมการบริหารพรรค มีดังนี้ สุรเชษฐ์ สังขนิยม รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1, กฤษฎิ์ พรหมทอง รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2, วิรุณ เกิดชูกุล เลขาธิการ, ชายชาญ รัตนศิลา รองเลขาธิการ คนที่ 1, รุ่งเรือง หนูขลิบ รองเลขาธิการ คนที่ 2, ณัฐธิญา ฉันทิกุล เหรัญญิก, เบญจพล โพธิ์แก้ว นายทะเบียนสมาชิก และกรรมการบริหาร 14 คน สุริยา สนธิวงศ์, เอกรัฐ วนะชกิจ, บุญโชติ คุ้มหอยกัน, ธัญลักษณ์ ไพเมือง, สมใจ รุ้งกะดี่, อัฎฐพล อนันต์สัจจกุล, กิตติพิชญ์ นองเนือง, ปราณี เผือกนอง, สุนีย์ ไชยธวัช, ระบิน บุญธรรม, วีระศักดิ์ นิยม, ญูธน บัวอ่อน, อมร เพ็ชรแก้ว, เตชิต สนิทมัจโร
พร้อมกันนี้ยังมีการรับรองเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่จากเดิม 134 ถ.รามคำแหง แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ เป็น 51/50 หมู่บ้านนีโอคลาสสิคโฮม ถนนรามอินทรา แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
“บิ๊กหอย” กล่าวว่า ถึงตรงนี้แม้พรรคพลังคนกีฬาจะเป็นพรรคน้องใหม่ แต่เรายืนยันความพร้อมในการส่งผู้แทนลงสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ครบ ทั้ง 365 เขต และมั่นใจว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ เราจะไม่ใช่พรรคเล็กๆ และเชื่อว่าพรรคพลังคนกีฬา จะสร้างอะไรให้แก่คนทั่วประเทศมากกว่าที่หลายคนคิด และเป็นการเมืองใหม่ที่ไม่มีพรรคใดเคยทำให้ประชาชนมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนากีฬาทั้งระบบตั้งแต่รากหญ้าจนถึงกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ
“ผมเชื่อว่ากีฬาคือสิ่งที่คนไทยรัก และทุกครั้งที่มีการแข่งขันกีฬา ความสามัคคีเกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้า ดังนั้นการลงทุนกับกีฬา ไม่ใช่การเสียเปล่า แต่จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เหมือนกับที่เราเพิ่มนโยบายพรรค ในการผลักดันให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้พรรคพลังคนกีฬาเป็นตัวขับเคลื่อนทางการเมือง ที่จะดึงเอาคนที่มีความสามารถในแขนงต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ”



