
อภิสิทธิ์เผยกม.คุ้มครองสื่อเข้าครม.21ธ.ค.
"นายกฯ"เผยกม.คุ้มครองสื่อเข้าครม.21ธ.ค. ระบุป้องกันอำนาจแทรกแซง และจัดการสื่อนอกรีด
(20ธ.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติ " Future Imperatives of communication and Information for Development and Social Change" และบรรยายพิเศษเป็นภาษาอังกฤษในหัวข้อ " Politician's view Towards Journalist" ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ซึ่งจัดโดยคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายกฯ กล่าวอีกว่า ย้อนไป 50 ปีจะพบว่าการสื่อสารมีมากขึ้นในชีวิตของเราปัจจุบันหลายคนมีข้อมูลทุกอย่างที่ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งนี้การทำงานการตัดสนใจถ้าไม่ใช้ข้อมูลเพื่อทำสิ่งต่างๆก็คงไม่ฉลาดนัก นี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าการจัดการการสื่อสารและข้อมูลมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งสื่อสารมวลชนเป็นอาชีพที่สำคัญเพื่อนำข่าวสารเผยแพร่สู่ประประชาชน และคนยังคาดหวังว่านักหนังสือพิมพ์ต้องเป็นโมเดลที่เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีความน่าไว้เนื้อเชื่อใจ รายงานข่าวตรงไปตรงมา ข่าวต้องมาจากข้อเท็จจริง และสื่อต้องเคารพกับจริยธรรมด้วย แต่ปัจจุบันมีการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ที่ทุกคนทำว่าตัวเองเป็นสื่อได้ มีทั้งบล็อค โซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยอ้างว่าตัวเองเป็นนักข่าว อย่างที่ผ่านมามีเรื่องของวิกิลีกส์ ก็มีคนตั้งคำถามบทบาทสื่อยุคนี้ และประเทศไทยประสบปัญหาความแตกแยกของสังคม ซึ่งต้องยอมรับว่าสื่อส่วนหนึ่งมีบทบาทส่งเสริมให้ความขัดแย้งเกิดขึ้น
“เมื่อไม่นานเรามีปราศัยที่ก่อให้เกิความเกลียดชัง เราประมินได้ยากว่าจะดำเนินการอย่างไรกับการแสดงออกนั้น รัฐบาลก็ต้องการควบคุมสิ่งเหล่านั้นที่ผ่านสื่อ และถูกมองว่าจะเป็นข้ออ้างในการละเมิดสื่อ แต่ทั้งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลใช้เป็นหลักในการดำเนินการในการปฏิรูปสื่อ ที่ไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายอยางโจ่งแจ้ง ต้องมีการกำหนดเป็นระบบของตัวอง ซึ่งหลายประเทศมีองค์กรสื่อที่ทำสิ่งเหลานี้ มีการประมวลระบบจริธรรม และในส่วนของไทยก็มีหลายกลไกอยู่แล้ว โดยผู้บริโภคก็ต้องการได้รับการคุ้มครอง ส่วนสื่อก็ต้องการได้รับการคุ้มครองเช่นกัน โดยมีบรรทัดฐานทางจริยธรรมเป็นขอบเขต รวมทั้งมีมาตรการจัดการในการใช้สื่อในทางที่ผิด อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ต้องการให้สื่อทำงานอย่างมีเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เป็นสิ่งที่ระบอบประชาธิปไตยต้องให้การสนับสนุน ซึ่งหลายประเทศมีกรอบกฎหมายการันตี ทั้งรัฐธรรมนูญ เสรีภาพการเข้าถึงข้อมูล
นายกฯ กล่าวถึงการปฏิรูปสื่อว่า 1. เราต้องมีกรอบกฎหมายที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานกำกับดูแลสื่อสารมวลชน มีวิธีการจัดสรรทรัพยการอย่างคลื่นความถี่เพื่อทำให้แน่ใจว่ามีการแข่งขันในอุตสากรรมสื่อ ทำให้สามารถควบคุมข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะชน ซึ่งรัฐบาลพยายามผ่านกฎหมายเพื่อคุ้มครองบุคลากรในวิชาชีพสื่อเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการละเมิดโดยการใช้อำนาจรัฐและภาคธุรกิจ เพื่อให้มีความอิสระในการสื่อสารทางความคิด และบางครั้งเจ้าของสื่อจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ควรเขียน จึงต้องมีการคุ้มครองและกำลังร่างกฎหมายที่จะเสร็จพรุ่งนี้แล้วจะให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งนักสื่อสารมวลชนจะได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายนี้ และจะมีน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแล
“ เราต้องสร้างเป็นกลไกควบคุม ให้มีความโปร่งใส ในแง่ของการดำเนินงานของหน่วยงานนี้ เมื่อมีใครบอกว่าถูกละเมิดสิทธิเราต้องติดต่อกับองค์กรที่ตั้งเพื่อให้นักสื่อสารมวลชนไม่ให้มีการแทรกแซงจากบุคลภายนอก”นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน จะปาฐกถาในงานเดียวกันนี้ในหัวข้อ " Journalism in Changing Society" ที่สำนักงานยูเอ็น ถ.ราชดำเนิน



