
พระพยอมเปิดสวนแก้วเทศน์ปรองดอง
"พระพยอม" เปิดลานวัดสวนแก้วเทศนาวาระปรองดองแห่งชาติ ชี้คนไทยล้วนต่างสีเดียวกัน พร้อมจัดทำหนังสือชุดพิเศษมี 4 เล่ม ฝากให้ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลนำไปมอบให้ "อภิสิทธิ์"
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่ลานวัดสวนแก้ว หมู่ 1 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วและประธานมูลนิธิสวนแก้ว ได้แถลงทัศนธรรมะปรองดอง ในเรื่อง “ต่างสีดียวกัน ปรองดองเถอะโยม” ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น หลังแนวทางดังกล่าวเริ่มเงียบหายไป
พระพยอมกล่าวว่า " เขาบอกกันว่าจุดแข็งของคนไทย คือ รู้เร็ว ทำอะไรเร็ว แต่จุดอ่อนก็คือ ขาดการใคร่ครวญ ขาดวิจารณญาณ ขาดโยนิโสมนสิการ เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราจะมาใคร่ครวญกันว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสงบ ต้องรู้จักฟังหูไว้หู อย่าเชื่อ หรือไม่เชื่ออะไรโดยไม่ได้คิดใคร่ครวญทบทวน ใครที่เคยชอบสีไหน ไม่ชอบสีไหน แม้แต่วันนี้ ใครจะเกลียดอาตมา หรือไม่เกลียดอย่างไร บัดนี้คงถึงเวลาใคร่ครวญเรื่องเหล่านี้
ใครก็ตาม แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา ถ้าเขาทำอะไรดี เราไม่พลอยยินดี เราก็จะมีแต่ความอิจฉาริษยา ที่เขาเรียกว่า ตาร้อน เห็นเขาได้ดีแล้วทนไม่ได้ แต่ถ้าใครได้ดิบ ได้ดี พลอยยินดีกับเขา มันจะเหยียบความริษยา ถึงเวลาที่เราจะยินดีกับใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายเดียวกัน ด้วยใจที่ป็นมุทิตา จะปิดความริษยาได้ด้วยความยินดี
แล้วถึงเวลาหรือยังที่เราจะหยุดความแตกแยกมาสร้างความสามัคคี เพราะความสามัคคี ทำให้หนักกลายเป็นเบา ยากกลายเป็นง่าย ช้ากลายเป็นเร็ว ภัยมากก็กลายเป็นภัยน้อย ถ้ายังมัวแตกแยกกันอยู่จะหาใครมาช่วย ตัวอย่างน้ำท่วมที่ผ่านมาเขาบอกว่าละลายสีได้เยอะเลย ก็เพราะความสามัคคี เห็นใครลำบาก ทุกข์ยากรีบเข้าช่วยโดยไม่ต้องเกี่ยงว่าสีอะไร สุดท้ายอย่าลืมนะว่า ขยะหัวใจ ที่ร้ายกาจที่สุด ก็คือ ความอาฆาต พยาบาท เพราะฉะนั้น จึงมีคำกล่าวว่า คิดอาฆาตพยาบาทจะบรรลัย แต่ถ้าคิดให้อภัยใจจะเยือกเย็น เพราะฉะนั้นถ้าอยากอยู่อย่างเยือกเย็น ก็ต้องฝึกฝืนฝึกฝน ชอบให้อภัย
การที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติได้จริง ทุกฝ่ายทุกสีทุกชนชั้นในสังคมไทย ควรจะยึดหลัก 4 ข้อ เพื่อเป็นแนวทาง คือ 1. ใคร่ครวญ ฟังหู ไว้หู ตามหลักโยนิโสมนสิการ 2. ยินดี เห็นคนอื่นได้ดี ให้มีมุทิตาตอบ 3. สามัคคี แม้คิดคนละอย่าง แตกต่างกันได้ แต่ไม่แตกแยก และ 4. ให้อภัย ขับไล่ความริษยา ด้วยเมตตาธรรม
“ทุกวันนี้อาตมายืนยันได้ว่า ไม่อยู่หรือเลือกข้างสีไหน แม้ที่ผ่านมาจะถูกจับผิดให้เป็นสีนั้น สีนี้ก็ตาม อาตมายืนยันได้ว่า เป็นกลาง สามารถเดินไปบิณฑบาตรได้ทุกทีและไม่มีปัญหากับใครทั้งนั้น ที่ผ่านมาก็มีกลุ่มคนสีหนึ่งที่เข้าใจผิดอาตมา เดินทางมากราบขอโทษอาตมาเพราะเข้าใจผิดว่าอาตมาอยู่ตรงข้ามกับสีของเขา พอเขาเริ่มรู้ความจริง ก็สำนึกและมาขอโทษที่เคยต่อว่าอาตมาอย่างรุนแรง ถึงขั้นจะห้ามคนรู้จักไม่ให้มาทำบุญที่วัด แต่ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า อาตมาไม่มีสี มีแต่อยากให้สังคมสงบสุข คนไทยรักและสามัคคีต่อกัน” พระพยอม กล่าว
ส่วนเรื่องการเมืองอาตมา ไม่อยากพูดถึง แต่อยากชี้แนะว่า ให้นายกรัฐมนตรีไปเปิดพูดคุยแกนนำคนเสื้อแดง ที่อยู่สูงกว่าคุณธิดา เพื่อหาแนวทางปรองดองที่แท้จริง จะได้พาสังคมไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง และที่ออกมาพูดในวันนี้ไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแต่เห็นว่า แนวทางปรองดองสามัคคี ที่เริ่ม ๆ กันมา เงียบหายไปอีกแล้ว จึงออกมากระตุ้นให้ทุกฝ่ายทุกสี หันมายึดหลักแนวทางนี้ ในการแก้ไขปัญหาต่อไป
หลังแถลงข่าวจบ พระพยอม ได้นำหลักธรรมะปรองดอง “ ต่างสีเดียวกัน ” ซึ่งจัดทำเป็นหนังสือชุดพิเศษมี 4 เล่ม ฝากให้ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลนำไปมอบให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้นำพรรคต่างๆ และแกนนำสีต่าง ๆ ให้อ่านกันเป็นแนวทางนำไปสร้างความปรองดองที่แท้จริง



