
หนุนแม่สอดเป็นอปท.พิเศษเจ๋งกว่ากทม.-พัทยา
"นายกฯอภิสิทธิ์"หนุนแม่สอดเป็นอปท.พิเศษเจ๋งกว่ากทม.-พัทยา เล็งให้อำนาจเต็มชงกม.อปท.ล้างกม.ส่วนกลางทั้งหมด
(20ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดประชุม เรื่องแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (นครแม่สอด) ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และองค์กรเพื่อการพัฒนาและประชากรแห่งสหประชาชาติ( UNDP ) ที่ห้องกรุงเทพ2 โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์(ลาดพร้าว) ทั้งนี้ครม.มีมติตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2547 กำหนดให้ อ.แม่สอด เป็นส่วนหนึ่งในเขตเศรษฐกิจชายแดน
โดยนายกฯกล่าวปาฐกถา เรื่อง “ นโยบายรัฐบาลด้านการกระจายอำนาจ ” ตอนหนึ่งว่า แม้ว่าการกระจายอำนาจในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาจะมีความก้าวหน้าไปมาก แต่ปัญหาอุปสรรคของการกระจายอำนาจที่สำคัญคือการที่หน่วยงานราชส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไม่ยอมให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหารจัดการบริการสาธารณะ มีผลทำให้การถ่ายโอนเรื่องการศึกษาและสาธารณสุข ที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้ามากนัก
อย่างไรก็ตามรัฐบาลสนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจและเห็นด้วยกับการจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษ โดยทำการศึกษาไว้ที่ พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ พื้นที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยพื้นที่ อ.แม่สอด มีคืบหน้าที่สุดเพราะคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติแล้ว ขณะที่อีก2 แห่งกำลังอยู่ในการพิจารณากฎหมายในขั้นตอนสุดท้ายอยู่
“ ทั้งนี้หลักการจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษที่จะเกิดขึ้นในนครแม่สอดจะต้องมีความพิเศษจริงๆ และต้องมีความก้าวหน้ากว่า กทม. และเมืองพัทยา เพื่อให้เป็นต้นแบบอปท.รูปแบบพิเศษในอนาคต โดยจะเน้นเรื่องการหารูปแบบการจัดการที่อิงกับพื้นที่รูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น โดยแต่ละแห่งจะไม่เหมือนกัน”นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นหลักการและสาระสำคัญที่ได้เขียนไว้ในกฎหมายและต้องการผลักดันออกมา เพื่อให้เป็นหลักการในการพัฒนา อปท.รูปแบบพิเศษต่อไป โดย 1.เรื่องโครงสร้าง กรณีแม่สอดได้เพิ่มรายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะมองเห็นว่าผู้บริหารกับสภาที่มาจากการเลือกตั้ง น่าจะต้องมีกลไกในการสนับสนุนเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเราได้ออกแบบว่านอกเหนือจากการมีสภาและมีท้องถิ่น ก็จะมีกรรมการที่ปรึกษาและพัฒนานโยบาย โดยเน้นว่าให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนโยบาย แต่ในการตัดสินต้องเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้ง และคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเท่านั้น ซึ่งรูปแบบดังกล่าว อปท.ในปัจจุบันยังไม่มี หากรูปแบบดังกล่าวทำสำเร็จ จะเห็นได้ว่าอปท.ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ต้องมีความพิเศษโดยมีกลไกบางอย่างเพื่อมาตอบสนองความต้องการพื้นที่นั้นๆ
2. เรื่องรายได้ ในพื้นที่แม่สอดต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาจากนี้ไปต้องมีการคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ดังนั้นต้องมีประเด็นเรื่องรายได้ที่นอกเหนือจากการเก็บภาษีที่จัดเก็บเองและจากรายได้ที่ส่วนกลางจัดสรรไปให้มาเป็นค่าธรรมเนียมในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการบริหารสาธารณะ ค่าธรรมเนียมจากผู้ก่อมลภาวะ หรือค่าธรรมเนียมที่รัฐจัดเก็บอยู่แต่ไม่ได้แบ่งให้ท้องถิ่น ดังนั้นท้องถิ่นควรมีความสามารถในการจัดเก็บรายได้ตรงนี้ด้วย โดยจากนี้ไปรายได้ท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันแต่อย่างใด เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่วัฒนธรรม โลจิสติกส์ พื้นที่ท่องเที่ยว ก็จะมีความแตกต่างที่มีความสัมพันธ์กับรายได้ และสอดคล้องกับพื้นที่อย่างเหมาะสม
3. อำนาจของ อปท.รูปแบบที่เศษ จะมีความแตกต่างจากอำนาจหน้าที่ของ อปท. ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะแม้ปัจจุบันกฎหมายจะเขียนให้อำนาจ อปท.ไว้มาก แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาเข้าไปทำงานกลับไม่มีอำนาจ ในการดำเนินการ ดังนั้น ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น ในแม่สอด ประเด็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนต้องเป็นอำนาจของท้องถิ่นด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการให้อำนาจดังกล่าวกับท้องถิ่นไว้เลย การกำหนดไว้ดังกล่าวเพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพื่อไม่ให้ติดอยู่ในกรอบแบบเดิมๆ
4.การกระจายจะไม่มีความคืบหน้าและสำเร็จมากนัก ตราบเท่าที่หน่วยงานส่วนกลาง หรือ ส่วนภูมิภาคยังมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบางฉบับที่เป็นกฎหมายเฉพาะ จะทำให้มีการโต้แย้งกันตลอดว่าอำนาจจะโอนไปอยู่ที่ อปท.ได้หรือไม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาคจะไม่ไป เพราะเขายังมีความผิดชอบทางกฎหมาย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ดังนั้นสิ่งที่เราได้ใส่ไปในกฎหมายการจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษครั้งนี้ คือ งานใดที่เป็นอำนาจของท้องถิ่น ถ้ามีกฎหมายเฉพาะอยู่ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม ให้ถือว่าลบล้างกฎหมายนั้น โดยให้ถือว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายนั้นไปเลย ซึ่งหากหลักการดังกล่าวผลักดันได้สำเร็จการกระจายอำนาจจะง่ายกว่าเดิมมาก ไม่เช่นนั้น หากติดกฎหมายหลายฉบับอยู่ที่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ก็ต้องไปแก้กฎหมายทุกฉบับมากหมายมหาศาล เพราะแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ต่างก็มีกฎหมายที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของตัวเองอยู่ ซึ่งหากต้องมีการตามแก้กฎหมายกันต่อไปแบบนี้ การกระจายอำนาจคงไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ตามไม่แน่นใจว่าจะทำสำเร็จหรือไม่
“ จึงมีการเขียนไว้ในหลักการว่าถ้าเรื่องนี้เป็นอำนาจของท้องถิ่นให้ลบล้างกฎหมายต่างๆไปด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีข้อโต้แย้งว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งผมยืนยันในอดีตที่ผ่านมาเราเคยมีหลักการแบบนี้อยู่บ้างแล้ว เช่น การยุบหน่วยงานแม้ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ แต่สามารถยุบได้โดยใช้พระราชกฤษฎีกา ถ้ามีการให้อำนาจไว้ในกฎหมายในระดับชั้นเดียวกัน แต่คงยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ผมก็หวังว่าจะสำเร็จ เพราะหากเราทำตรงนี้ได้ ในประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่ค้างอยู่เราจะถือโอกาสใส่ข้อความในลักษณะนี้เข้าไปเลย จะถือว่าเป็นปลดล็อคครั้งใหญ่ในการที่จะทำให้การถ่ายโอนอำนาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วแท้จริง ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนงประมาณนั้น ในปี 2549 มีการกำหนด ท้องถิ่นจะได้รับงบประมาณ35% ของรายได้รัฐแต่ในที่สุดเราก็ทำไม่ได้สำเร็จ โดย 4 ปีมานี้ได้เพียง 25-26% เท่านั้น ทั้งที่อีก 2-3 % เป็นงานฝากจากส่วนกลางได้ซ้ำ ดังนั้นการกระจายอำนาจได้มาถึงจุดที่ต้องมีการกระตุ้นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการมีอปท.รูปแบบพิเศษ แหล่งที่มารายได้ ภารกิจ การแก้ปัญหาทางกฎหมาย ถ้าเราทำได้สำเร็จจะมีความหมายมากกว่านครแม่สอดมาก และเป็นกระตุ้นให้มีวางโครงสร้างที่สอดรับกับพื้นที่อย่างแท้จริงและจะเป็นไปตามแนวทางของการปฏิรูปประเทศไทย โดยรัฐบาลจะเร่งผลักดันเรื่องการถ่ายโอนเรื่องการศึกษา และสาธารณสุขให้รวดเร็วด้วย ซึ่งหากทำได้จะเป็นกระตุ้นให้เกิดการกระจายอำนาจแบบก้าวกระโดดให้การกระจายอำนาจมีความก้าวหน้าต่อไป



