
เรียงข่าวร้อยคน (พุธที่ 22 ธันวาคม 2553)
00 นายหัวไทร บอกแล้วว่า ท้ายที่สุด นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องยอมให้ปรับขึ้นเงินเดือน อบต. เนื่องจากนายกฯ เองก็รู้อยู่แก่ใจว่า ค่าตอบแทนไม่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2547 และฐานเงินเดือนก็ต่ำมากๆ เมื่อเทียบกับท้องถิ่นอื่น ก็แค่อยากบีบไว้หน่อยว่า อย่ามาต่อรองของบอุดหนุนเพิ่มเท่านั้นแหละ เพราะเมื่อเทียบเคียงกับภารกิจแล้ว คิดว่ายังไม่สมน้ำสมเนื้อ เมื่อบวกรวมกับภาวะเศรษฐกิจ และภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องมา 6 ปี ก็สมควรได้รับการพิจารณา
00 ที่บอกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ ก็รู้เพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจด้วยตัวเอง และรู้ว่าที่ผ่านมากระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นมากน้อยแค่ไหนแล้วจากภารกิจที่ต้องถ่ายโอนไป 245 ภารกิจ ตามแผนแม่บทกระจายอำนาจ เหลือภารกิจหลัก "เรื่องการศึกษา-สาธารณสุข" ที่ยังไม่ถ่ายโอนไปอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งต้องยึดหลักความพอใจของทั้งฝ่ายรับ และฝ่ายโอนไป รวมถึงประชาชนต้องยินยอมถึงจะถ่ายโอนภารกิจหลักเหล่านี้ไป ที่ผ่านมาเรื่องการศึกษาจึงทำได้แค่ทยอยถ่ายโอนไปเท่านั้น ส่วนงานด้านสาธารณสุข แทบจะไม่ได้ถ่ายโอนไปเลยด้วยซ้ำ
00 ถือเป็นครั้งแรกหลังกระจายอำนาจที่นายกฯ นั่งประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจเอง ที่ผ่านมามักจะมอบให้รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนใดคนหนึ่งรับผิดชอบแทน แต่นายกฯอภิสิทธิ์ ถือว่าเข้ามารับรู้เรื่องการกระจายอำนาจตั้งแต่เริ่มเล่นการเมืองแล้ว และได้รับมอบหมายจากอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย ร่วมร่างแผนแม่บท-ขั้นตอนกระจายอำนาจด้วยซ้ำไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายกฯอภิสิทธิ์จะรับรู้เรื่องท้องถิ่นอย่างจริงจัง และที่ผ่านมาให้บทบาทสำคัญยิ่งต่อการกระจายอำนาจ แม้จะยังมีปัญหาอยู่บ้าง ทั้งเรื่องความล่าช้า และความไม่เข้าใจของหน่วยงานบางหน่วย
00 เรื่องที่น่าจะเป็นปัญหาหลักต่อไปของท้องถิ่น คือ "งบประมาณ" เพราะกฎหมายบังคับให้รัฐต้องจัดสรรงบไปให้ท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 35% และต้องแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2548 ด้วยซ้ำ และทยอยถ่ายโอนภารกิจไปให้ท้องถิ่น แต่สมัยอดีตนายกฯ ทักษิณไม่สามารถทำได้ จึงแก้ไขกฎหมายกั๊กงบไว้ที่ส่วนกลาง และกระจายงบไปได้สูงสุดแค่ 24% เท่านั้น เช่นเดียวกับรัฐบาลนี้ที่ยังไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะยังหวงงานบางอย่างไว้ที่ส่วนกลาง ไม่ยอมส่งมอบให้ท้องถิ่น งบจึงยังถูกตั้งไว้ที่ส่วนกลางเหมือนเดิมครับ
00 แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายกฯ อภิสิทธิ์ ย้ำกับชาวท้องถิ่นแล้วว่า เปิดประชุมสภาสมัยหน้า จะเร่งผลักดันกฎหมายท้องถิ่นให้เข้าสภาก่อน จะผ่านสภาหรือไม่ค่อยมาว่ากัน แต่อย่างน้อยได้เริ่มต้นไว้ก่อน สภาชุดหน้าเข้ามาจะได้ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ กฎหมายบังคับให้ต้องเอาเรื่องค้างเก่ามาพิจารณาด้วยอยู่แล้ว จึงอาจเป็นอีกความหวังของชาวท้องถิ่นในอนาคตครับ
"นายหัวไทร"



