
มท.1ชี้มติครม.ขึ้นเงินเดือนอบต.พรุ่งนี้
อบต. เตรียมเฮ "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" เชื่อที่ประชุมครม.อนุมัติขึ้นเงินเดือนพรุ่งนี้ "อภิสิทธิ์"เผยคลังรายงาน"อบจ.-เทศบาล"ไม่ได้ขึ้น
(20ธ.ค.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเรื่องการขึ้นค่าตอบแทนของสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่า เชื่อว่าในการประชุมครม วันที่ 21 ธ.ค.จะมีมติผ่านความเห็นชอบอัตราค่าตอบแทนของ อบต.ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เนื่องจากมีการสอบถามไปยังกระทรวงการคลังและสำนักงบประ มาณแล้ว ซึ่งถือว่ากระทรวงมหาดไทยได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว
ส่วนการปรับขึ้นค่าตอบแทนของ สก. และ สข. ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครอบชีพของประชาชนเป็นหลัก
ด้าน นายสุรชัย ขันอาสา รักษาการอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า ยังไม่มีการเสนอขอปรับขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ.และเทศบาล ซึ่งต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.เทศบาล และกฎหมายที่รองรับ โดยการจะปรับขึ้นค่าตอบแทน และเงินเดือน ต้องมีเหตุผล และพิจารณาจากการทำงาน ความรู้ ความสามารถ เป็นรายพื้นที่ ส่วนนายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ระบุต้องพิจารณาตัวเลขที่เชื่อมโยงส่วนต่างๆ เพื่อดูองค์ประกอบทั้งหมด
อภิสิทธิ์เผยคลังรายงาน"อบจ.-เทศบาล"ไม่ได้ขึ้น
เมื่อเวลา 13.40 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการปรับขึ้นเงินเดือนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)และเทศบาล ว่า ทั้ง 2 ส่วนก็คงจะมาพบตน ซึ่งตนจะสอบถามกระทรวงการคลังถึงโจทย์ข้อหนึ่งที่ให้กระทรรวงการคลังไปดูเรื่องของระบบว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร โดยในส่วนของอบต.จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันพรุ่งนี้( 20 ธ.ค.) และจะมีความชัดเจนในเรื่องของตัวเลข ส่วนจะขึ้นได้ทันวันที่ 1 ม.ค.หรือไม่นั้น กระทรวงการคลังจะเสนอมา แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของอบจ.และเทศบาลยังไม่มีการพิจารณา เพราะเบื้องต้นที่กระทรวงการคลังเสนอมาระบุว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับในขณะนี้ เพียงแต่ผู้แทนของอบจ.และเทศบาลเขาขอมาพบตนและให้เหตุผลของเขา เหมือนกับสก.ที่มาพบตนไปแล้วโดยอ้างว่าไม่ได้ขึ้นมานานตั้งแต่ปี 2537
“คงไม่ใช่แฟชั่นการขอขึ้นเงินเดือน เพราะทุกกลุ่มเขาก็จะต้องเรียกร้องอยู่แล้ว แต่ว่ากลุ่มไหนจะมีการขึ้นบ้างก็ดูตามความเป็นจริง อย่างกรณีของอบต. เทียบกับท้องถิ่นอื่นๆ มหาดไทยเขาก็ให้เหตุผลชัดเจนว่าเงินเดือนห่างกันมาก แม้ขึ้นไปแล้วก็ยังต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆอยู่ ไม่ได้ไปกระทบในเชิงระบบ เพราะถ้าสมมติไปแซงกลุ่มอื่น กลุ่มอื่นก็ต้องมีการขยับ ” นายกฯ กล่าว
สำหรับประเด็นเรื่องที่เมื่อขึ้นเงินเดือนให้อบต.แล้วอาจจะกระทบกับงบพัฒนาฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการคลังบอกว่ากระทบเล็กน้อย ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการนำตัวเลขมาให้ดู
“ ที่ประชาชนไม่พอใจก็เป็นเรื่องธรรมดา ผมเป็นนักการเมืองมา 20 ปีทราบดีว่าประชาชนไม่ค่อยอยากให้เงินเดือนนักการเมืองหรอก เราก็ระมัดระวัง ครั้งนี้ผมถึงบอกว่ากรณีของส.ส.จึงกำหนดเอาไว้ว่าเป็นการขึ้นสำหรับสภาชุดต่อไป ซึ่งต่างประเทศก็ทำแบบนี้ อีกทั้งเรามีคณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ(กงช.)เป็นคนกำหนดว่าควรจะเป็นเท่าไร ส่วนขึ้นเมื่อไรก็เป็นความเหมาะสมในทางการเมืองด้วย”นายกฯ กล่าว
ส่วนเรื่องเกณฑ์การประเมินการขึ้นเงินเดือนท้องถิ่น นายกฯ กล่าวว่า ตามหลักสากลนักการเมืองนั้นประชาชนเป็นคนประเมิน ที่ผ่านกระบวนการของการเลือกตั้ง การถอดถอน ฉะนั้นทั่วโลกก็ต้องทำกันแบบนี้
“ แต่ก็มีคนเสนอว่าต่อไปในอนาคตจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเงินของส.ส.แทนที่จะเป็นเงินเดือน หรือเงินประจำตำแหน่งบวกกับค่าตอบแทน ก็ปรับมาอิงเรื่องการประชุมมากขึ้นได้หรือไม่ ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ก็จะศึกษาดู แต่ก็ไม่ง่ายหรอกผมก็เรียนตรงๆ เพราะพวกเราก็ทราบวิธีการประชุมสภาว่ามันก็อยู่ในห้องประชุมบ้าง ไม่อยู่บ้าง จะมาตรวจสอบกันตอนไหน ถี่แค่ไหนอย่างไรก็จะเป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน ” นายกฯ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องเข้าออฟฟิศว่า เขารายงานมาว่าเขาทำอยู่แล้ว แต่ตนต้องอธิบายว่างานการเมืองไม่ใช่ทำอยู่ในสำนักงานอย่างเดียว เพราะถ้าว่าไปตามความจริงแล้วนักการเมืองก็ไม่มีวันหยุดด้วย
สำหรับกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยนอกระบบจะอยู่ในกลุ่มไหนแล้วจะจะได้ปรับขึ้นด้วยหรือ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ครับ และขณะนี้เวลาเขาขึ้นค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐมันไล่ตามบัญชีขึ้นไป และมีเรื่องของกลุ่มอื่นๆด้วย เพราะข้าราชการมีหลายกลุ่ม ที่จะโยงกัน
ส่วนเมื่อไรประเทศไทยจะทำเรื่องการปรับเงินเฟ้อให้เป็นระบบเพื่อการขอขึ้นเงินเดือนทุกปี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครั้งนี้เราได้เริ่มทำ เพราะเป็นการปรับสำหรับข้าราชการกับบุคลากรภาครัฐในสัดส่วนตามค่าครองชีพที่มีการคำนวณ แต่ปัญหาของเรามีอยู่ว่ารัฐธรรมนูญและในกฎหมายกรณีของฝ่ายการเมือง มีการกำหนดไว้ว่าไม่สามารถทำแบบนี้ได้ ดังนั้นต้องไปพิจารณาตั้งแต่เรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปดูแล้วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมติครม.ในสัปดาห์ที่แล้ว



