ข่าว

หนุนค่าตอบแทน อบต.ลดทุจริต

หนุนค่าตอบแทน อบต.ลดทุจริต

21 ธ.ค. 2553

เชียงใหม่/นครราชสีมา- คณบดีรัฐศาสตร์ มช. หนุนขึ้นค่าตอบแทน อบต. ระบุเป็นการจูงใจทุ่มเททำงาน-ลดทุจริต ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลา จ.นครราชสีมา โอดผลตอบแทนที่ได้รับอยู่ในภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง

  รศ.ไพรัช ตระการศิรินนท์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การขึ้นค่าตอบแทนให้แก่บุคลากรในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุน จะเห็นว่าปัจจุบันค่าตอบแทนของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) ถือว่าต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ในระดับท้องถิ่นด้วยกันทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เงินค่าตอบแทนก็ต่างกันอย่างชัดเจน โดยใช้เกณฑ์เรื่องรายได้มาชี้วัด เมื่อรายได้ที่จัดเก็บในแต่ละปีน้อยดังนั้นเงินค่าตอบแทนก็น้อยไปด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วความรับผิดชอบหน้าที่ไม่ได้ต่างกันแต่อย่างใด

 "ผมเห็นด้วยที่จะให้มีการปรับขึ้นค่าตอบแทน อบต. ที่จะปรับขึ้นยังคิดว่าน้อยเกินไป ควรจะให้มีค่าตอบแทนสูงๆ เหมือนระบบจ่ายค่าตอบแทนของหลายประเทศทั่วโลกใช้กัน ให้เงินสูงผลงานที่ออกมาก็ต้องมากตามไปด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ทุ่มเทให้แก่งาน ไม่ไปหาเศษหาเลยทุจริตโกงกินงบประมาณ ทั้งนี้ ต้องมีภาระผูกพันโดยให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เต็มกำลังความสามารถ และให้เพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบให้มากขึ้น" รศ.ไพรัช กล่าว

 นายจำเริญ เปล้ากระโทก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เงินเดือนที่ตนได้รับอยู่ในปัจจุบันซึ่งรวมกับค่าตำแหน่งแล้วอยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นบาท ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างแน่นอน และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกคน "เมื่อขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องมีความภาษีสังคมที่มากขึ้น เพราะต้องออกไปช่วยงานชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นงานศพ งานแต่งงาน หรืองานอุปสมบทต่างๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้เงินส่วนตัวทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับเงินงบประมาณ"

 นายจำเริญ กล่าวว่า หากมีการปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นถือเป็นเรื่องดี และเชื่อว่าการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนของกระทรวงมหาดไทยที่ปรับให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้รับเงินเดือนเพิ่ม 100% และผู้บริหารระดับรองลงมาก็ลดหลั่นลงมาตามลำดับ ถือเป็นอัตราที่เหมาะสมแล้ว