
เทือกตื่นถกตร.แก้ยาบ้า-ส่วยพรุ่งนี้
สุเทพ เพิ่งตื่นเรียกประชุมตำรวจชั้นผู้ใหญ่พรุ่งนี้ ล้อมคอกแก้ปัญหายาเสพติด-ส่วย ลั่นกำชับทุกเรื่อง ยัน จำเป็นต้องกดดัน จนท. ปราบปราม อ้าง ปชช. เดือดร้อน การันตีจะเห็นผลทุกเดือน
(20ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการปราบปรามยาเสพติดที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้เวลาเจ้าหน้าที่ 3 เดือนในการปราบปรามให้หมดไป มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ว่า เราต้องเข้าไปแก้ไขให้มากขึ้น ซึ่งพรุ่งนี้ตนจะประชุมนายตำรวจตั้งแต่ระดับผู้บังคับการจังหวัดขึ้นมา จนถึงผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นระดับผู้ใหญ่ 270 นาย ก็จะไปซักซ้อมเรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายของนายกฯ โดยจะเร่งรัดเจ้าหน้าที่เหล่านี้ให้เต็มที่ และหลังปีใหม่ไปแล้วก็จะประชุมกับผู้กำกับทุกโรงพักทั่วประเทศ ซึ่งก็จะทำให้เต็มที่ จะมีการกำชับกันในทุกเรื่องทั้งระบบ ทั้งยาเสพติด หรือรับส่วยต่างๆ
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะต้องทำเรื่องของการหาข่าว การสืบสวนสอบสวน การจับกุม การขยายผล นอกจากนี้จะร่วมกับรมว.มหาดไทย ประชุมข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ลงไปให้เร่งรัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับคำสั่งที่ 306 ของนายกรัฐมนตรีในเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
“ทุกเดือนต่อไปนี้ทุกคนจะได้เห็นผลของความก้าวหน้า ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายนายกรัฐมนตรี แม้จะบอกว่าเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องกดดันกันเพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราต้องเร่งรัดแก้ไข” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการที่นายกฯกำหนดเวลาเช่นนี้ จะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาจทำให้เข้าสู่วงจรเดิมๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการฆ่าตัดตอนยาเสพติด นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี คนละเรื่องกัน รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายที่จะใช้วิธีอุ้มฆ่า รัฐบาลนี้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ที่จะกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็คือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานให้เข้มแข็งขึ้น แต่ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อถามว่า จะมีการคาดโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้กำกับ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า อย่าไปคาดโทษเลย เอาเป็นว่าให้ทุกคนทำงานแล้วกัน ซึ่งตนก็มีวิธีการที่จะขอให้ทุกคนทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำอย่างไรจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมายที่แท้จริง แทนที่จะใช้กฎหมายหาประโยชน์ นายสุเทพ กล่าวว่า นั่นแหล่ะคือหัวใจที่เราจะต้องพูดคุยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เป็นทั่วประเทศเลย ขนาดนักข่าวสายตำรวจเองยังบอกว่าตำรวจรับสินบน รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น คงไม่ใช่ทั่วประเทศ ตำรวจที่ไม่ดีก็ต้องดำเนินการ เล่นงานไป แต่ตำรวจที่ดีก็ต้องให้กำลังใจ ตำรวจที่ไม่ดี หรือตั้งด่านรับส่วยอาจจะมีเพียงแค่ไม่กี่กรณีเท่านั้น ไม่ใช่มีทุกด่าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลบริหารประเทศมา 2 ปีแล้ว แต่ทำไมเพิ่งมาเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดเอาตอนนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมาตลอด 2 ปี และกำหนดยุทธศาสตร์ว่าด้วย 5 รั้วป้องกันและโครงการในการแก้ไขปราบปรามไปพร้อม ๆ กันด้วยทั้งการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อย และเอาผู้เสพไปบำบัด ซึ่งหากเปรียบเทียบกับยุคก่อน ก็จะมีผลการจับกุมการยึดทรัพย์ การปราบปรามมากกว่าอย่างชัดเจน แต่ปริมาณความรุนแรงของยายังมีหลายสาเหตุ เช่นประเทศเพื่อนบ้านที่เร่งผลิตยาเสพติด มีสารตั้งต้นมาจากหลายประเทศ รวมทั้งขณะนี้คนก็คิดรวยทางลัดกันเยอะ ก็เข้ามาทำการค้ายาเสพติด ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มมาตรการ นายกรัฐมนตรีจึงได้ออกมาตรการเป็นคำสั่ง 306 / 2553 ว่าด้วยการแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้มีแผนปฏิบัติการระยะที่ 3 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลดำเนินการมาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คณะกรรมารสิทธิมนุษยชน ออกมาติติงการจับกุมและวิสามัญโจ๊ก ไผ่เขียว ตรงนี้จะเป็นการบั่นทอนการทำงานของตำรวจหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่หรอกเพราะเป็นเฉพาะกรณีเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถชี้แจงได้ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้แผนปราบปรามกับทางประเทศเพื่อนบ้านอย่างไรได้บ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก็มีข้อเสนอว่า ในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นแหล่งที่มียาเสพติดทะลักเข้ามามากที่สุด เราควรมีการกระชับความร่วมมือระหว่างพม่า ลาว ไทยเพื่อแก้ไขปัญหาซึ่งก็จะมีการหารือกันทั้งฝ่ายความมั่นคงและต่างประเทศ ว่าจะเข้าไปดำเนินการอย่างไรได้เพิ่มขึ้น



