
60ปีความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามุ่งเชื่อมสัมพันธ์ประชาชนสองประเทศ
แสงพลุไฟประกายเจิดจ้าบนท้องฟ้ากลางกรุงพนมเปญ เป็นหนึ่งในการแสดงเพื่อฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553 จนก้าวสู่ปีที่ 60 แล้ว
โดยมีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเดินทางไปร่วมสานความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ท่ามกลางการต้อนรับอันแสนอบอุ่นจากนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา
เส้นทางความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับกัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านที่มีความคล้ายคลึงทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและศาสนา ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชาชนมาที่ใกล้ชิดและยาวนาน บางครั้งก็ราบเรียบ บางครั้งก็ขรุขระ อันสืบเนื่องมาจากปัญหาการเมือง ปัญหาชายแดน และปราสาทพระวิหาร แต่ทุกปัญหาก็สามารถคลี่คลายด้วยการทำความเข้าใจอันดีร่วมกัน ตลอดจนเอื้อเฟื้อประนีประนอม ทำให้ปัญหาคลี่คลายเสมอมา
เพื่อฉลองความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาครบรอบ 60 ปีครั้งนี้ มีทั้งการกระชับความสัมพันธ์ทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน ในโอกาสนี้นายกษิตได้เข้าพบสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อหารือในประเด็นที่จะเสริมสร้างความเข้าใจและพัฒนาความสัมพันธ์ตลอดจนร่วมมือของสองรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนกัมพูชามีความอยู่ดีกินดีขึ้น
ส่วนการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางด้านศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้นำคณะไปถวายผ้าป่าที่วัดบัวตูม ประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ ทูตปกศักดิ์ นิลอุบล นายกสมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา จะเป็นตัวแทนมอบอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้ใช้ในด้านสาธารณสุขและส่งเสริมให้คนเขมรมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ในงานฉลองความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ครบรอบ 60 ปี ยังมีกิจกรรมมากมาย ด้วยบรรยากาศสนุกสนานคึกคักและเป็นกันเอง มีการจัดเวทีการแสดงแสงสีเสียงที่ยิ่งใหญ่อลังการ มีการจัดแสดงฟรีคอนเสิร์ตของศิลปินนักร้องไทยและนักร้องกัมพูชาชื่อดัง รวมทั้งการแสดงคณะนาฏศิลป์ไทยและกัมพูชาร่วมกันที่โรงละครจตุรมุข โดยมีประชาชนให้ความสนใจร่วมชมนับพันคน
นอกจากนี้ รัฐบาลของสองประเทศยังได้เล็งเห็นประโยชน์ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนกับประชาชน ด้วยการประกาศยกเว้นการตรวจลงตรา หรือวีซ่า สำหรับคนไทยและคนกัมพูชาที่ถือหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตธรรมดา ที่เดินทางเข้าประเทศได้เป็นเวลาไม่เกิน 14 วัน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม เป็นต้นไป
ตามที่นายกษิต และนายฮอร์ นัมฮง ได้ลงนามข้อตกลงฉบับดังกล่าวระหว่างการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ที่กรุงพนมเปญที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการค้าตามแนวชายแดน และช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่คนไทยและคนเขมรได้เดินทางไปมาให้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเอง ก็มีแนวคิดพัฒนาความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้นด้วยการจะขยาย วัน-เวลาการสัญจรข้ามแดน บริเวณจุดผ่อนปรนตาพระยา อ.ตาพระยาจุดผ่อนปรนหนองปรือ อ.อรัญประเทศ และจุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งเดิมได้เปิดให้มีการสัญจรข้ามแดนในจุดผ่อนปรนทั้ง 3 จุด เพียงสัปดาห์ละ 4 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. มาเป็นสามารถสัญจรข้ามแดนตามจุดผ่อนปรนทั้ง 3 จุด ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนชาวไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดน
นับเป็นนิมิตหมายอันดีของความสัมพันธ์ระหว่างกัน ที่จะดำรงมั่นและยั่งยืนสืบไปอีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน การท่องเที่ยวและการค้าระหว่างกัน
นันทิดา พวงทอง



