ข่าว

"เชื่อว่าการท่องเที่ยวกาญจน์จะกระเตื้องขึ้น"

"เชื่อว่าการท่องเที่ยวกาญจน์จะกระเตื้องขึ้น"

20 ธ.ค. 2553

สถานการณ์ทางการเมืองรอบปี 2553 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามีปัจจัยชี้นำต่อสาขาการท่องเที่ยวอย่างยิ่งโดยเฉพาะความเชื่อมั่น สำหรับทิศทางในปี 2554 พ.อ.(พิเศษ)สุรินทร์ จันทร์เพียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และประธานสาขาสมาคมวัฒนธ

เปรียบเทียบท่องเที่ยวปี 2552-2553 แตกต่างอย่างไร

พ.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ : การท่องเที่ยวกาญจนบุรี ในปี 2552 มีปัญหาการเมืองที่เข็มข้น เป็นความต่อเนื่องจนทำให้นักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียยกเลิกการจอง ไปเที่ยวที่อื่นกันหมด เหลือนักท่องเที่ยวประมาณร้อยละ 30 ของนักท่องเที่ยวในโลว์ซีซั่น และเฉลี่ยที่ร้อยละ 60 ในไฮซีซั่นนี่คือภาพการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2552-2553

จากนี้ไปมองโอกาสข้างหน้าอย่างไร

พ.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ : ต้องยอมรับว่าแนวคิดของรัฐบาลที่เพิ่มวันหยุดในรอบปี 2554 ให้มีวันหยุดติดต่อกันมีส่วนอย่างมากต่อการที่จะกระตุ้นบรรยากาศของการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอย มีการกระจายรายได้ ขณะที่กาญจนบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย สามารถประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาได้

โอกาสที่จะเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

พ.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ : รัฐบาลควรที่จะสนับสนุนให้มี เที่ยวบินจาก จ.กาญจนบุรี ไปสู่พื้นที่ใกล้เคียง ที่ผ่านมารัฐบาลเคยอนุญาตให้กองพลทหาราบที่ 9 เปิดเป็นสนามบิน แต่ไม่มีการสานต่อ ทำให้ จ.กาญจนบุรี พลาดโอกาสไป ทั้งที่รัฐบาลไม่ต้องลงทุนมากนัก เอกชนสามารถทำได้อยู่แล้ว  เพียงแค่อนุมัติให้สนามบินของกองพลทหาราราบที่ 9 เป็นสนามบินอนุญาตเชิงการค้าตามที่เคยได้รับอนุญาตแล้ว ซึ่งทางการพม่าก็อยากจะให้ทำ เพราะทวายของพม่าติดกับกาญจนบุรี เดินทางโดยเครื่องบินใช้เวลาเพียง 30 นาที ซึ่งถ้าหากทำให้เกิดได้ การท่องเที่ยวของกาญจนบุรี ก็จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

คาดหวังถึงปี 2554 อย่างไร

 พ.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ : การท่องเที่ยวว่าน่าจะชัดเจนมากขึ้น ขณะที่การต่อสู้ทางการเมืองนอกระบบเริ่มลดลงไป เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกระเตื้องขึ้นมากว่าร้อยละ 30 ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องช่วยประชาสัมพันธ์ ต้องทำงานให้มากกว่านี้ โดยการบอกให้ภายนอกรับรู้ว่าประเทศไทยจะมีอะไรที่แปลกใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกว่า Two destination มาแล้วเที่ยวที่กาญจนบุรี ก็เที่ยวประเทศพม่าได้ ตรงนี้น่าจะเป็นช่องทางสำคัญ

ผู้เกี่ยวข้องต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
พ.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ : แน่นอนว่ารัฐบาลต้องทำงานให้มากขึ้น ทะเลาะกันน้อยลง รัฐบาลต้องเล่นการเมืองให้น้อยลง พยายามทำให้ประชาชนมีความสุข ประเทศจะได้เข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้า ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เลิกการคอรัปชั่น

ในฐานะประธานสาขาสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-พม่า มองพม่าอย่างไร

พ.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ : ผมว่าเราต้องมองข้ามปัญหาในประเทศของเขา ขณะนี้พม่าเองก็ได้มีการเลือกตั้งแล้ว พวกเขาได้เข้าสู่ระบบแล้ว ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งในโลกไม่มีประเทศใดที่ไม่มีปัญหา การเลือกตั้งในประเทศไทยแต่ละครั้งต้องยอมรับว่ามีการซื้อเสียง พม่าก็มีอำนาจของเขา เขาไม่ได้ใช้เงินแต่มีอำนาจทหาร ก็ต้องยอมรับว่าเข้าสู่ระบบของสากลแล้วว่ามีการเลือกตั้ง มีการตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นต่อไปนี้พม่าจะเปิดประเทศ

 ถ้าประเทศไทยยอมรับความเป็นจริงของเขา เราจะต้องเป็นมิตรกับเขา เหมือนกับประเทศจีนที่เป็นมิตรกับพม่า คนจีนลงทุนในพม่ามากมาย แต่คนไทยลงทุนในพม่าน้อยมาก เราต้องลืมเรื่องเดิมๆ สร้างฐานกันใหม่ ไม่ทะเลาะกัน ต้องใช้โอกาสยามนี้ เพราะทรัพยากรในประเทศพม่ามีอยู่มากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์จากประเทศพม่ามากมาย ไทยต้องช่วยเรื่องเทคโนโลยีกับเขา ณ วันนี้ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ไปทะเลาะกับเขาไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ

บายไลน์ จตุรพร  สุขอินทร์