
ห่วงอีก5ปีไทยส่อขาดแคลนมะพร้าวชาวสวนกระทุ้งรัฐแก้จริงจัง-ดันเป็นสินค้าเศรษฐกิจ
ชาวสวนจี้รัฐแก้ปัญหามะพร้าวอย่างจริงจัง ชี้ผลผลิตลดลงต่อเนื่องหากไม่ดูแลอีก 5 ปีไทยขาดแคลนหนักแน่ ดันราคากะทิพุ่งขึ้นโลละ 60 บาท เตรียมรับมือสินค้าเกี่ยวเนื่องราคาปรับขึ้นตามเป็นภาระผู้บริโภค
นายวนิชย์ ปักกิ่งเมือง นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลผลิตมะพร้าวในประเทศไทยลดลงมาก ทำให้ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม ประชาชนผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาขาดแคลนกะทิในอีก 5 ปีข้างหน้า หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาภาครัฐไม่ได้เข้าดูแลอย่างเต็มที่และงบประมาณสนับสนุนก็ไม่เพียงพอ แม้ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากภาครัฐ ปล่อยให้ชาวสวนมะพร้าวช่วยเหลือกันเองเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ผลผลิตมะพร้าวลดลง ได้แก่ ภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม และขณะนี้ศัตรูพืชระบาดหนัก ส่งผลให้ต้นมะพร้าวยืนต้นตายจำนวนมาก รวมทั้งทำให้ไม่มีผลผลิตกว่า 1 แสนไร่ในปัจจุบัน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรต้องแบกรับหนี้สินจากผลผลิตลดลง แรงงานในพื้นที่ขาดรายได้ พ่อค้าคนกลางไม่มีวัตถุดิบป้อนเข้าตลาด โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบ เช่น โรงงานกะทิ ซึ่งรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีสินค้าส่งออก
"ตอนนี้ผู้บริโภคต้องรับภาระจากราคามะพร้าวที่แพงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบต้องปรับขึ้นราคาสินค้าในที่สุด โดยราคามะพร้าวต่อลูกตอนนี้ หากซื้อกับเกษตรกรโดยตรงขายลูกละ 20 บาท เมื่อขนส่งมาถึงกรุงเทพฯ ขายลูกละ 25 บาท และเมื่อแปรรูปเป็นน้ำกะทิขายกิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมที่ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 20-25 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาน้ำกะทิสูงขึ้นอย่างชัดเจน และจะทำให้สินค้าที่ใช้น้ำกะทิเป็นส่วนประกอบก็คาดว่าจะแพงตามขึ้นตามไปด้วย" นายวนิชย์กล่าว
สำหรับการแก้ไขปัญหาผลผลิตขาดแคลนในประเทศนั้น ขณะนี้ใช้วิธีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ อาทิ นำเข้าจากอินโดนีเซีย เวียดนาม ซึ่งนำเข้าประมาณ 20% เนื่องจากประเทศไทยมีความต้องการมะพร้าวเพียง 70% ซึ่งความต้องการใช้ในประเทศใช้เพียง 30% นอกนั้นจะใช้เป็นการส่งออกส่วนใหญ่ แต่การนำเข้าก็ควรให้นำเข้าเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งออกเท่านั้น ไม่ควรให้นำเข้าแบบทั่วไป เพราะจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร
นายวนิชย์กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระยะยาวสำหรับมะพร้าว ว่าต้องการให้ภาครัฐช่วยผลักดันมะพร้าวให้เป็นสินค้าเศรษฐกิจ เนื่องจากส่วนใหญ่มะพร้าวเป็นสินค้าส่งออกซึ่งส่งออกไปต่างประเทศปีละกว่าหมื่นล้าน ซึ่งตลาดที่ส่งออกไปมากคือตลาดเอเชีย อีกทั้งต้องการให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนงบประมาณเมื่อมีภัยธรรมชาติกระทบผลผลิต เนื่องจากขณะนี้รัฐดูแลไม่เต็มที่พอประสบปัญหาก็เข้ามาดูแลบ้างเพื่อแก้ไข ส่งผลให้เกษตรกรต้องดูแลช่วยเหลือกันเองโดยการรวบรวมเงินช่วยเหลือหรือเข้าพยุงราคาบ้าง



