
ก.ตร.ต้องโปร่งใส
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ จะครบวาระในการดำรงตำแหน่งในวันที่ 24 มกราคม 2554 มีอดีตนายตำรวจชั้นยศตั้งแต่ พล.ต.ท.ขึ้นไปเสนอตัวเพื่อรับการคัดเลือกให้เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก
ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง ดูเหมือนว่า ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยทั่วไป แต่หากพิเคราะห์ถึงบทบาทและความสำคัญ ในฐานะของคนที่ต้องตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง ที่ต้องผ่านความเห็นชอบของ ก.ตร.ก็น่าจะส่งผลต่อ
สังคมทั้งระบบ ในการได้รับการดูแลทรัพย์สิน สวัสดิภาพและความปลอดภัยด้วย ฉะนั้น คนที่จะเข้ามาเป็น ก.ตร.ก็ต้องมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 กำหนดให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ขึ้น ตามมาตรา 30-43 เพื่อทำหน้าที่ในการรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยให้มีอำนาจออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อผดุงระบบคุณธรรมอันเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความประพฤติเหมาะสม ตลอดจนมีสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี เพื่อตอบแทนเงินเดือนที่ได้รับมาจากภาษีของประชาชน การมีอยู่ของ ก.ตร.และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีคุณธรรม และไม่มีประวัติด่างพร้อยจึงมีนัยสำคัญยิ่ง
มีข้อครหาอยู่บ้าง ในกลุ่มผู้เสนอตัวเป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในแง่ของความรู้ ความสามารถ และกรณีเงื่อนงำบางเรื่อง เช่น การกล่าวหานายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งที่พัวพันกับการทุจริตเบิกจ่ายเงินบริจาคสึนามิของศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ คนเหล่านี้ถ้าได้รับเลือกเป็น ก.ตร. เขาจะผดุงระบบคุณธรรมไว้ได้อย่างไร เราจะคาดหวังความซื่อตรงต่อหน้าที่ของเขาได้แค่ไหน เพียงใด คำถามเช่นนี้ย่อมเป็นคำถามร่วมในทุกวงการ ที่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายบุคคล จักต้องตระหนักถึงระบบคุณธรรม ที่ประกอบด้วยอาวุโส ความรู้ ความสามารถ และประการสำคัญคือความสุจริต เที่ยงตรง
กฎหมายได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.ตร.ไว้อย่างชัดเจนว่า มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบราชการตำรวจ รวมทั้งการอบรม และพัฒนาข้าราชการตำรวจ โดยไม่ขัดกับนโยบายของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ที่ได้กำหนดไว้เป็นการทั่วไป นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบงานตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน เมื่อเดือนมิถุนายน 2553 คณะกรรมการได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการแต่งตั้งที่สะท้อนหลักคุณธรรม และจริยธรรม ซึ่งหากผู้มีส่วนในการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรมเสียแล้ว ประชาชนจะคาดหวังตำรวจได้อย่างไร



