ข่าว

แนะการเมืองหลังอภิสิทธิ์เลือกตั้งเสร็จต้องจบ

แนะการเมืองหลังอภิสิทธิ์เลือกตั้งเสร็จต้องจบ

19 ธ.ค. 2553

ที่คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ วันที่ 19 ธ.ค.เมื่อ เวลา 14.00 น. คณะพาณิชย์ฯ ร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ มธ. จัดเสวนาสาธารณะเรื่อง”การเมืองสยามประเทศไทย:หลังอภิสิทธิ์ 1”โดยมีนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตส.ว. นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเ

นายพนัส กล่าวว่า หลังเหตุการณ์ 10 เม.ย.53 ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ จะลาออกเพื่อการแสดงความรับผิดชอบ ก็แปลกใจที่ไม่ได้ออก แล้วอยู่จนทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนเคยคิดว่าจะมีแนวโน้มการยุบสภาจากคดียุบพรรค แต่เวลานี้พรรคประชาธิปัตย์ที่ติดบ่วงก็หลุดมาได้อย่างไม่คาดฝัน ชนะคดียุบพรรคแบบที่เรียกว่าที่ไม่ชนะใจคนดู หรือเปรียบกีฬามวยก็เรียกว่าชนะฟาว์ลถึง 2 ครั้ง ตอนที่ทำปฏิวัติปี 49 อ้างว่าเพราะรัฐบาลทักษิณมีการแทรกแซงองค์กรอิสระก็เลยยึดอำนาจ ถือเป็นสาเหตุหลักในการปฏิวัติ แต่ตนว่าตอนนี้มีเหตุผลมากกว่า ซึ่งศาลรธน.เหมือนโดนยึดไปแล้วด้วยซ้ำไป ขณะที่นักกฎหมายต้องปวดหัว เพราะให้เหตุผลทางกฎหมายไม่ได้ในคดียุบพรรคครั้งนี้ แต่อาจจะเป็นเหตุผลทางการเมือง ซึ่งตุลาการก็ต้องหาเหตุผลมารองรับ จึงเป็นเรื่องน่าตลกและพิสดารที่สุดทั้งในตรรกะของคนธรรมดา และนักกฎหมาย ขณะที่ถ้ามีการเทียบเคียงคดีอาญาที่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อยังไม่มีการวินิจฉัยข้อเท็จจริง เพียงแต่วินิจฉัยแยกกระบวนการยื่น ก็สามารถยื่นคำร้องใหม่ได้ โดยไม่ถือว่าฟ้องซ้ำซึ่งประธาน กกต.น่าจะพิจารณาดำเนินการ
 
  “ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์เหมือนพยัคฆ์ติดปีก เพราะขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ก้าวข้ามพ้นทุกอย่างหมดแล้ว ซึ่งนายอภิสิทธิ์ แสดงอาการออกมาเองด้วยความมั่นใจว่า ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้ใครช่วย สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง แต่ยังมีหอกข้างแคร่ตอนนี้ คือภูมิใจไทย และนายเนวิน ซึ่งเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้สามารถบุกชนะสุรินทร์ได้จนเพื่อไทยชิดซ้าย” นายพนัส ระบุ 

 นายพนัส กล่าวอีกว่า การที่พรรคเพื่อไทยเอาบุญเก่าทักษิณมาหาเสียงคงไม่ได้ผลแบบคราวที่แล้ว ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ก็เริ่มมั่นใจว่าอาจจะได้พื้นที่อีสานมาบ้างคืนพอสมควร แต่ยังมีก้างคือภูมิใจไทย ดังนั้นจึงมีข่าวการปรับเอาพรรคเพื่อแผ่นดินเข้ามา เพราะห่วงว่า หากภูมิใจไทย และนายเนวิน เข้ามานั่งในใจคนอีสานแทนพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ พรรคประชาธิปัตย์จะหนักอกหนักใจมาก ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามเบรกภูมิใจไทยมาตลอด เช่นเงินเดือนอบต.ทั้งนี้ ที่นายอภิสิทธิ์บอกว่าจะยุบสภาเดือน เม.ย.ตนเชื่อว่าที่เลือกไทม์มิ่งให้มีการเลือกตั้งช่วงนั้นเพื่อให้การเมืองในประเทศกลบข่าวการประชุมมรดกโลกเขาพระวิหารช่วง มิ.ย.ที่ถูกนายสนธิโจมตี ขณะที่การเลือกตั้งใหม่ตนเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็อาจจะได้เสียงข้างมากมาจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าหวังจะได้เสียง 300 กว่าเสียงต้องระวังว่าจะกลายเป็นเผด็จการรัฐสภา เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมาแล้วสุดท้ายก็อยู่ไม่ได้

 ขณะที่นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้โครงสร้างประเทศไทยพบว่าโครงสร้างส่วนบน คือการเมือง กระบวนการยุติธรรม กระบวนการทางกฎหมาย  แนวคิดของคน และวัฒนธรรม มีปัญหาอย่างมากหลังปฏิวัติ แต่โครงสร้างส่วนล่างคือ เศรษฐกิจมีปัญหาน้อยกว่าส่วนบน เพราะเศรษฐกิจเอเชียพยุงตัวได้ ไม่เหมือนอเมริกา แต่ทั้งนี้ระบบเศรษฐกิจจะวุ่นวายได้ถ้าไม่มีความแน่นอนของนิติรัฐ นิติธรรม  วิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆในสังคม ดังนั้น อยากเห็นประเทศมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงคือมีทั้งสิทธิเสรีภาพอย่างที่หลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมี และภราดรภาพ ความเสมอภาค ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใช่ โดยหลังปฏิวัติ 49ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพลดลงอย่างมาก เราจึงต้องการสังคมระบบการเมืองยึดมั่นนิติรัฐ นิติธรรม ดำรงความแตกต่างหลากหลายได้อย่างสันติ คนไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกันแต่พูดกันด้วยเหตุด้วยผลได้ แล้วต้องยึดหลักเสียงข้างมาก การเลือกตั้งหลายประเทศพอเลือกตั้งมาทุกเรื่องก็จบ แต่เราไม่จบ มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง

 "การเมืองหลังอภิสิทธิเลือกตั้งเสร็จต้องจบ ระบบการจัดการเลือกตั้งต้องเป็นธรรมและเป็นกลางจริงๆ ถ้ามีคำถามในเรื่องนี้ความวุ่นวายก็จะเกิดอีกเหมือนประเด็นศาลรธน.ที่ตอนนี้ยังคาใจคนจำนวนมากว่าการตัดสินยุติธรรมจริงหรือไม่ ไม่มีการเมืองประเทศไหนมีโทษหนักสุดในเรื่องการยุบพรรค ประเทศไทยอาจจะเรียกว่าเป็นต้นแบบในการยุบพรรค ถือเป็นการทำลายสถาบันทางการเมือง หากคิดว่าการคอรัปชั่นเป็นปัญหาก็เล่นงานบุคคลไม่ใช่เล่นงานทั้งพรรค ตอนนี้ทุกคนเลยเล่นแง่ทางกฎหมายไม่มีใครมาเป็นบก.บห.พรรค แต่จะเป็นนอมินีแทน" นายอนุสรณ์กล่าว

 นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า  เราจะสามารถทำให้สังคมไทยสงบ มีเสถียรภาพได้ต้องทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งไม่ใช่ประชานิยม ควรทำเป็นรัฐสวัสดิการ แต่ก็ไม่มีรัฐบาลไหนกล้า ไม่กล้าปฏิรูประบบภาษี ระบบที่ดินเพราะจะไปกระทบต่อระบบขุนนาง ขณะเดียวกันก็อยากเห็นปัญหาการทุจริตในทุกระดับลดลง ซึ่งตอนนี้ไม่ลดแต่กลับมากขึ้นและกระจายมากขึ้น ยิ่งเป็นรัฐบาลผสม จะเรียกว่าบุฟเฟต์คาบิเนต ใครใคร่กินกิน ตกลงปรองดองกัน หนักกว่าสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย  เพราะความเป็นมันนี่โพลีติคมีมากขึ้นเพราะเกิดสภาวะแพ้ไม่ได้ เนื่องจากทุกคนมีคดี จึงเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเล่นงานก็ผสมจนปัญหาซับซ้อนมากขึ้น

 "ข้อเสนอคือ ต้องแก้ไขรธน.เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่แก้เพื่อนักการเมืองพรรคการเมืองเท่านั้น การเลือกตั้งจะต้องไม่ถูกฉ้อฉลโดยอำนาจรัฐหรือเงิน ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตร. อัยการ และศาล รวมทั้งการแก้กฎหมายหมิ่นเบื้องสูงให้เหมาะสมศตวรรษที่ 21นี้เพื่อให้สถาบันอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง ตัวอย่างในอังกฤษ จะได้ไม่ถูกนำมาใช้ทำลายกันทางการเมือง"

 นายอนุสรณ์ กล่าวต่อถึง แนวทางการปิดประตูการรัฐประหารว่า ต้องแก้ปัญหาทุจริตด้วยมาตรการที่รุนแรง ประเทศอื่นมีการทุจริตก็ไม่เห็นต้องปฏิวัติ  แต่ใช้อำนาจทางกฎหมายเข้าไปช่วยพัฒนาหลักสูตรประชาธิปไตย รร.ทหาร ตำรวจ ในทุกระดับให้ฝังแน่น ให้เป็นทหารประชาธิปไตย เป็นทหารของประชาชน ควรเปิดช่องให้อำมาตย์ ทหารมีบทบาททางการเมืองไม่ใช่ไปเล่นหลังฉาก กำหนดให้แน่ชัด เช่น กองทัพต้องพิทักษ์รธน.ที่มาจากประชาชน  เชิดชูนายทหารประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ กำหนดบทลงโทษผู้ก่อการรัฐประหารในรธน.ศาลต้องกล้าพิทักษ์รธน.และการตัดสินคดีนี้ต้องตัดสินว่าเป็นกบฏไม่ใช่ยกฟ้อง เสนอเป็นกฎบัตรอาเซียนไม่ให้รับรองรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

 น.ส.ศรีประภา กล่าวว่า การเมือง หลังอภิสิทธิ์ ที่อยากเห็นคือ อยากเห็นทุกสถาบันสามารถตรวจสอบได้ คนที่คนละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนจะต้องไม่ลอยนวลหรืออยู่ในอำนาจได้ อยากเห็นว่ามีการจัดโครงสร้างทางอำนาจใหม่ในสังคมไทย ขณะที่รัฐธรรมนุญ ที่ว่าเป็นกฎหมายสุงสุดของประเทศ แต่กลับถูกทำลายง่ายที่สุด ขณะที่กฎหมายทั่วไปเช่น ประมวลกฎหมายอาญา ใช้มานาน 100 ปี ยังจะแก้ได้ยาก

 ขณะที่ น.ส.ลักขณา กล่าวว่า เราอาจจะไม่มีขนส่งมวลชนที่ดี อาจจะไม่มีการพัฒนาระบบต่างๆ ที่เหมือนต่างประเทศ  แต่ถือว่า เราได้อยู่กับธรรมชาติต้องขอบคุณรัฐบาล ขณะที่รัฐบาลเราจะเน้นส่งเสริมจริยธรรมโดยมีสสส.ทุ่มเทงบประมาณไปกับการกำกับพฤติกรรมส่วนตัวของคนมาก เช่นห้ามกินเหล้า สูบบุหรี่ ขณะที่หลังจากนี้เชิญชวนให้ผู้ที่ทักษะด้านภาษาช่วยกันชี้แจงหรือทำหนังสือถึงเผยแพร่แสดงจุดยืน.การพัฒนาของประเทศ และร่วมกันประณามเมื่อมีการบิดเบือนสื่อที่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ครอบงำ