ข่าว

ไม่ยากถ้าจะปราบโจรสลัด...แต่ยอมรับกันได้ไหม

ไม่ยากถ้าจะปราบโจรสลัด...แต่ยอมรับกันได้ไหม

20 ธ.ค. 2553

เหลืออีกแค่ 30 กว่าวันเท่านั้นที่หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดของกองทัพเรือจะเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

กำหนดที่จะกลับมาในวันที่ 17 มกราคม 2554 หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจ การป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดและการปล้นเรือโดยใช้อาวุธบริเวณอ่าวเอเดน ชายฝั่งของโซมาเลีย และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองกำลังผสมทางเรือ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จำนวน 25 ประเทศ

 การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ของ “กองทัพเรือไทย” ด้วยการส่งเรือหลวงสิมิลัน และเรือหลวงปัตตานี เข้าร่วมปราบปรามกลุ่มโจรสลัดบริเวณชายฝั่งโซมาเลีย สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประจักษ์ในเวทีชาวโลกโดยเฉพาะการนำ “ธงชาติไทย” ไปโบกสะบัดในดินแดนต่างประเทศ ที่ถือเป็นครั้งแรกในการปฏิบัติภารกิจในต่างแดนไม่แพ้ชาติอื่นๆ

 โดยหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด มี พล.ร.ต.ไชยยศ สุนทรนาค เป็นผู้บังคับหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด (มปจ.) สามารถสกัดกั้นและขัดขวางโจรสลัดได้ถึง 2 ครั้ง ถึงแม้ว่าสภาพอากาศในพื้นที่ที่โจรสลัดแฝงตัวเป็นอุปสรรคในการทำงานก็ตาม

 มีการแบ่งพื้นที่ของโจรสลัด ที่ครอบคลุมทั่วอ่าวเอเดน ชายฝั่งของโซมาเลียเป็น 4 พื้นที่หลัก คือ พื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการของโจรสลัดสูง พื้นที่สีเหลือง จะมีอัตราความเสียงรองลงมา ส่วน พื้นที่สีเขียว และ พื้นที่สีขาว จะมีความเสี่ยงลดลงตามลำดับ

 การปฏิบัติภารกิจแบ่งเป็น 4 แบบ คือ การสกัดกั้น และขัดขวางการปฏิบัติการของโจรสลัด การคุ้มกันขบวนเรือสินค้าไทยและนานาชาติ ในช่องทางแนะนำสำหรับการเดินเรือ (Internationally RecommendedTransit Corridor) โดยการจัดเรือคุ้มกันเดินทางผ่านอ่าวเอเดน การคุ้มครองและช่วยเหลือประมงไทย และการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังผสมทางเรือนานาชาติ

 การปฏิบัติภารกิจดังกล่าว สามารถคุ้มกันกระบวนเรือสินค้า จำนวน 12 เที่ยว ในจำนวนนี้มีเรือไทย 5 ลำ เรือสินค้านานาชาติ 56 ลำ จาก 23 ประเทศ คุ้มกันเรือสินค้าที่เดินทางผ่านพื้นที่ขณะลาดตระเวน จำนวน 1,703 ลำ คุ้มกันเรือลำเลียงยุทธปัจจัยของกองกำลังเฉพาะกิจ 980 ไทย/ดาร์ฟู ที่สำคัญคือการให้ความช่วยเหลือเรือประมงไทยคือ เรือพรานทะเล 11, 12 และ 13 ที่ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลืออยู่

 พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยของลูกเรือที่ถูกกลุ่มโจรสลัดจับกุมตัวไปที่เราคำนึงถึงอยู่ในเรื่องอันตรายจนถึงชีวิต และรวมถึงการปฏิบัติการจะต้องระมัดระวังในเรื่องความอ่อนไหวในพื้นที่ที่เป็นการกระทำกับคนต่างชาติในด้านข้อกฎหมาย

 "เราจะยิงเรือให้จมไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะต้องมั่นใจว่าการใช้อาวุธแล้วจะต้องไม่มีบุคคลที่สามได้รับอันตรายหรือได้รับบาดเจ็บ จึงไม่สามารถไปปฏิบัติได้ในลักษณะที่รุนแรง เราจะไม่จับโจรสลัดขึ้นมาบนเรือ เพราะจะมีปัญหาตามมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจะต้องนำมาขึ้นศาลเพื่อพิจารณาการกระทำความผิด"

 เสนาธิการทหารเรือกล่าวว่า สิ่งที่กองทัพเรือปฏิบัติคือการคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกเรือ หรือตัวประกันที่โจรสลัดจับกุมไป เราสามารถส่งกองกำลังเข้าไปยึดคืนได้ แต่จะมีใครให้รับประกันในเรื่องความปลอดภัยได้ หากมีการสูญเสีย หรือบาดเจ็บ สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่เรื่องเล็ก ทำให้กองทัพเรือต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ให้มากที่สุด ถ้ากองทัพเรือลงมือทำแล้วจะต้องปลอดภัยเพื่อช่วยเหลือคนไทย และลูกเรือที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

 พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์บอกอีกว่า กำลังพลทั้ง 371 คนที่ปฏิบัติภารกิจล้วนแต่มุ่งมั่นและหวังให้ภารกิจมีความสมบูรณ์ และให้ประเทศไทยมีที่ยืนบนเวทีโลกมากขึ้นในการให้ความร่วมมือกับนานาชาติ

 ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจทางรัฐบาลเห็นความสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยใช้งบประมาณจำนวน 360 ล้านบาท หากดูตัวเลขก็ตกใจ แต่หากเปรียบเทียบกับมูลค่าของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเส้นคมนาคมที่คนไทยมาทำการค้ากับต่างชาติเป็นแสนๆ ล้านบาท

 ส่วนกองทัพเรือจะสามารถออกปฏิบัติภารกิจในช่วงต่อไปได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่ยืนยันว่ากองทัพเรือพร้อมทั้งองค์บุคคล วัตถุและยุทธวิธี

 “กองกำลังทุกชาติที่มาปฏิบัติภารกิจมุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในที่แห่งนี้ ทั้งนี้ หากเราจะทำอะไรลงไปแบบถอนรากถอนโคนมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่จะเกิดกับชีวิตของโจรสลัดจะยอมรับได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นโจร หรืออะไรก็แล้วแต่ เราไม่สามารถประเมินได้ แต่ถ้ายอมรับกันได้แค่อาทิตย์เดียวเราก็ทำได้"

 พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์กล่าวว่า ความเป็นไปที่จะให้กองทัพเรือปฏิบัติภารกิจต่อไป ก็อยู่ที่ภาครัฐบาลที่จะแสวงหาความร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ที่มาทำประมงในพื้นที่ หรือเดินทางเส้นทางนี้และพร้อมที่จะลงขัน โดยรัฐบาลจ่ายครึ่งหนึ่ง หรือภาคเอกชนจ่ายครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้กำลังพล หลายประเทศก็ดำเนินการอยู่ ถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาเมื่อถูกโจรสลัดจับกุมแต่ละครั้ง กลุ่มโจรสลัดเรียกค่าไถ่สูงถึง 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 270 ล้านบาท

 “กองทัพเรือก็จะเดินหน้าในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล การรักษากฎหมายทางทะเล และช่วยเหลือประชาชน นี่คือสิ่งสำคัญที่กองทัพเรือปฏิบัติอยู่ในยามนี้ กองทัพเรือมีความพร้อม ร้อยเปอร์เซ็นต์ในการปฏิบัติภารกิจทุกสถานการณ์” พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์กล่าว

ทีมข่าวความมั่นคง