
"ประชาวิวัฒน์"ทำได้-ขายฝัน
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมายสำหรับ "โครงการประชาวิวัฒน์" ของรัฐบาลและหนีไม่พ้นถูกมองว่าเป็น "ประชานิยม" หวังคะแนนเสียงระยะสั้นทำง่ายได้เสียงเร็ว โดยจะประกาศเป็นนโยบายของรัฐบาลต้นปีหน้า
สำหรับนโยบายนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
แต่ก็มีนักวิชาการหลายคนแสดงความเป็นห่วงแม้ว่ารัฐบาลจะเน้นเรื่องการบริหารการจัดเพื่อลดอุปสรรคของประชาชนกรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่สุดท้ายจะเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ประชาชนมากขึ้น
แม้ว่า "โครงการประชาวิวัฒน์" จะยกเป็นผลงานของรัฐบาล แต่การขับเคลื่อนโครงการจะอยู่ที่ "นายกฯ อภิสิทธิ์" และ "กรณ์ จาติกวณิช" รมว.คลัง
เสียงวิจารณ์จึงมุ่งไปที่ "พรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งในอดีตจะมีความเข้มงวดในเรื่องการจัดสรรงบประมาณการใช้จ่ายเงินที่มีความละเอียดรอบครอบ แต่ขณะนี้ดูเหมือนหลายโครงการแทบไม่ต่างจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
จุดนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงสนับสนุนจาก "คนกรุงเทพฯ" ฐานเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่มองว่านโยบายนี้ไม่ได้หวังผลยั่งยืนเพียงแต่ขยายการช่วยเหลือมายังกลุ่มคนจนในเมือง เช่น จักรยานยนต์รับจ้าง หาบเร่ แผงลอย แท็กซี่ เท่านั้น
แต่แค่ชื่อ "โครงการประชาวิวัฒน์" ก็ทำให้ใครหลายคนที่ได้ยินถามกลับทันทีว่า "แปลว่าอะไร" ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลตั้งชื่อใหม่ว่า "ประชาวิบัติ" ทั้งคำเรียกและความหมายเข้าใจง่ายกว่าชื่อที่รัฐบาลใช้มากมาย
ขณะที่ "กรณ์" ถือเป็น "รัฐมนตรี" ที่ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์มากที่สุดคนหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเขียนถึง "งานที่รับมอบหมาย" และมีภาพถ่ายประกอบ
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็อาศัยพื้นที่ของเว็บไซต์ facebook.com ชี้แจงความหมายและความแตกต่างของ "โครงการประชาวิวัฒน์" กับ "ประชานิยม" ที่กำลังตกเป็นเป้าในขณะนี้ โดยมีเนื้อหาว่า
"สองสามวันมานี้ พวกเราคงจะได้ยินคำว่า ประชาวิวัฒน์ ผ่านหูกันมาบ้างจากสื่อต่างๆ และก็คงมีผู้สงสัยว่ามันคืออะไร ผมขออนุญาตอธิบายให้ฟังพอสังเขปดังนี้นะครับ
แผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ คือกระบวนการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ผ่านการกลั่นกรองโดยระบบราชการ เพื่อยืนยันว่าเป็นนโยบายที่ "ยั่งยืน" และ "สมเหตุสมผล" ต่างกับ "ประชานิยม" ที่เป็นนโยบายที่กำหนดโดยนักการเมืองเพื่อเอาใจประชาชน มุ่งเน้นไปที่จุดประสงค์ในการหาเสียง โดยไม่ผ่านขั้นตอนในการที่จะทดสอบความยั่งยืน
รัฐบาลได้สำรวจปัญหาของประชาชนผ่านหลากหลายช่องทาง และได้สรุปในกระบวนการ "ปฏิรูปประเทศไทย" ว่ามีอยู่ 5 หมวดเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการคือ
1.ปัญหาค่าครองชีพ
2.ปัญหาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานนอกระบบ
3.ปัญหาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
4.ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น
5.ปัญหาเรื่องที่ดินทำมาหากิน
ขณะเดียวกัน เราตระหนักว่าด้วยวิธีการบริหารจัดการในระบบปกตินั้น บางครั้งไม่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาที่มีหลายมิติ โดยเฉพาะปัญหาถ้าจะต้องแก้ไขอย่างจริงจัง ควรที่จะมีการระดมความคิด ข้อมูล และที่สำคัญคือ การร่วมมือข้ามหน่วยงานราชการ ข้ามกระทรวง และข้ามพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล นี่คือที่มาของการ "เร่งรัฐ" โดยการจัดศูนย์รวมให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง มาทำงานอย่างเข้มข้นอยู่ด้วยกัน หรือที่ท่านนายกฯ เรียกว่า ให้มา "เข้าค่าย" ฉะนั้น เจ้าหน้าที่เกือบ 100 คน จากกว่า 30 หน่วยงาน ก็ได้มาทำงานกันอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ "ประชาวิวัฒน์" ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ช่วงหนึ่ง
งานที่ต้องทำคือ รัฐบาลมีหน้าที่ตั้งโจทย์ จากนั้นผู้เชี่ยวชาญและผู้รับผิดชอบในแขนงงานต่างๆ ก็จะช่วยกันคิดหาคำตอบ โดยที่ท่านนายกฯ ได้ให้คำมั่นไว้ว่า คำตอบจากศูนย์ปฏิบัติการ "ประชาวิวัฒน์" นี้ ท่านจะรับไปเป็นนโยบายของรัฐบาล และของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นี่คือความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจาก "ประชานิยม" ซึ่งเป็นนโยบายฟ้าบันดาล ที่ผู้นำไปปฏิบัติไม่เคยมีโอกาสทดสอบและศึกษาถึงความยั่งยืน หรือความเหมาะสม และความแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือ นโยบายที่คลอดออกมาเพื่อตอบโจทย์ประชาชนนี้ แทบจะไม่ต้องใช้เงินงบประมาณเลยครับ ผลสุดท้าย ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะได้ประโยชน์ ชนชั้นกลางจะได้ความถูกต้องในสังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการดูแลค่าครองชีพ คนจนจะได้โอกาสในการทำมาหากิน ความเหลื่อมล้ำที่ลดลง และรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ผมได้เห็นคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมา ก็ขอเรียนตามตรงว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ แม้แต่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของนักวิชาการ ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อขอข้อมูลในเชิงลึกเพื่อจะนำไปศึกษาให้ดีก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น แผนปฏิบัติการนี้ เราทำงานกันมาเป็นเดือนๆ มีการศึกษาค้นคว้าร่วมกันอย่างรอบคอบ คงไม่เป็นการยุติธรรมที่จะอ่านหรือฟังข่าวเพียงไม่กี่นาทีแล้วด่วนสรุปอย่างนั้นอย่างนี้
ความท้าทายในขั้นต่อไปคือ การนำทุกเรื่องไปสู่การปฏิบัติ ท่านนายกฯ จะประกาศรายละเอียดนโยบาย "ประชาวิวัฒน์" ในวันที่ 9 มกราคมนี้ พร้อมรายชื่อผู้รับผิดชอบในส่วนการปฏิบัติงาน รวมทั้งตารางในการดำเนินการ
ผมเชื่อว่า "ประชาวิวัฒน์" จะนำมาใช้หาคำตอบที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาให้แก่สังคมของเราได้อีกหลายเรื่องครับ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่รอจะเข้าร่วมกระบวนการกับรัฐบาล และรอฟังการตอบโจทย์เรื่องแนวทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศไทย"
ทั้งหมดที่ "กรณ์" ชี้แจงจะทำได้จริงลบข้อครหาได้แค่ไหนเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



