ข่าว

สถานการณ์ความมั่นคงเอเชียปี2554(2)

สถานการณ์ความมั่นคงเอเชียปี2554(2)

20 ธ.ค. 2553

เป็นปีที่หกติดต่อกันแล้วที่ช่วยปลายปีต่อต้นปี จะมีการนำเสนอบทความสี่ตอน วิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มของโลกในปีหน้า แบ่งออกเป็นภูมิภาคอาเซียน เอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยบทความชิ้นนี้จะเป็นตอนที่สอง โดยประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงของเอเชียในปี 2554

 แม้ว่ายังไม่มีใครหยุดยั้งการขยายขีดความสามารถและบทบาททางทหารของจีนอย่างต่อเนื่องในเอเชีย-แปซิฟิกได้ แต่สัญญาณหลายอย่างที่ปรากฏขึ้นในปี 2553 พอจะชี้ได้ว่าการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐ บวกชาติที่ได้รับผลกระทบจากการขยายแสนยานุภาพของจีนนั้นสนุกแน่ ในทางกายภาพนั้นสหรัฐที่ยังติดหล่มสงครามอัฟกานิสถานคงไม่โพสต์กำลังท้าทายจีนในภูมิภาค แต่การดำเนินการทางการทูตของแกนโอบามา-คลินตัน ที่ปลุกเร้าให้เอเชียท้าทายจีนนั้นน่าจะทำให้ในปี 2554 เกิดเหตุการณ์ร้อนฉ่าขึ้นมาได้ง่ายๆ กรณีที่น่าวิตก อาทิ ความขัดแย้งในพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก นอกจากนี้การปรากฏตัวในเอเชีย-แปซิฟิกของรัสเซีย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพยายามเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในบริเวณนี้

 กรณีที่น่าจับตามองที่สุดของเอเชียตะวันออกไกลก็คือรัฐบาลระบอบคิม จอง อิล จะรอดผ่านปี 2554 ไปได้หรือไม่ อาการใกล้อำลาโรงของคิมและการตายของจอมพลโจ เมียงร็อค ขุนทหารสูงสุด ก่อให้เกิดภาวะปั่นป่วนภายในเกาหลีเหนืออย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และน่าจะผลักดันให้เกาหลีเหนือแข็งกร้าวกับเพื่อนบ้านหนักขึ้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็อาจเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเจอกับเพื่อนบ้านใจหินอย่างลี มยอง บัคของเกาหลีใต้ สำหรับปัญหาทิเบตและซินเจียงนั้น ก็ยังอาจปะทุได้เสมอ

การเติบใหญ่อย่างเข้มแข็งของอินเดียและจับขั้วนิวเคลียร์กับสหรัฐ เป็นการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ที่เยี่ยมยอดต่อปากีสถานและจีน ทำให้โอกาสเกิดสงครามตามแบบระหว่างสองพี่เบิ้มอนุทวีปลดลงเรื่อยๆ แต่ทั้งอินเดียและปากีสถานยังต้องตั้งการ์ดระวังภัยก่อการร้ายอย่างกังวล ภัยที่น่ากลัวคือผู้ก่อการร้ายที่ฟักตัวภายในท้องถิ่นของตนนั่นเอง เหนือขึ้นไปตาลีบันกำลังได้เปรียบในอัฟกานิสถานจนฝรั่งต้องปวดหัวหายุทธศาสตร์เด้งตัวหนี ทหารตะวันตกเกือบ 2 แสนในอัฟกานิสถานไม่น่าที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของดินแดนต้องสาปแห่งนี้ได้ บางทีรัฐบาลผู้บริหารคาบูลอาจเปลี่ยนใหม่แม้ว่า ฮามิด คาร์ไซ จะเพิ่งชนะเลือกตั้งครองอำนาจต่อก็ตาม