ข่าว

ส.สันนิบาตเทศบาลรับหารือ"อภิสิทธิ์"

ส.สันนิบาตเทศบาลรับหารือ"อภิสิทธิ์"

19 ธ.ค. 2553

สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ยอมรับหารือนายกรัฐมนตรีปรับค่าตอบแทน ยืนยันไม่ได้กดดันรัฐบาล เนื่องจากนายกรัฐมตรีมีข้อมูลอยู่แล้ว ระบุต้องรอให้ของอบต.ผ่านไปก่อน ในขณะที่นายกสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย ชี้รัฐบาลต้องรอบคอบและดูทั้งระบบ "ชวรัตน์"รับยังไม่ได้รั

 กรณีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมสัมมนาเรื่อง "การกระจายอำนาจกลการเสริมสร้างการปกครองตนเองของท้องถิ่น" ที่ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการพูดถึง อบจ.และ เทศบาลเข้าพบและสอบถาม ทำไมเงินค่าตอบแทนของอบจ.ไม่รับการพิจารณา

 ล่าสุดนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ออกมายืนยอมรับว่ามีการหารือกับนายกรัฐมนตรีจริง แต่ไม่ได้กดดัน แต่นายกรัฐมนตรีตั้งใจที่จะปรับให้ทั้งระบบ

 นายไพร พัฒโน นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่มีการกดดันท่านนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด  เป็นการหารือ กัน และท่านนายกรัฐมตรีก็เข้าใจ  และตั้งใจที่จะปรับให้ทั้งระบบอยู่แล้ว  เพียงแต่ต้องรอสักนิดเท่านั้น  โดยเฉพาะการปรับของอบต.ไปก่อน

 "เป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีข้อมูลอยู่แล้วว่า ค่าตอบแทนของเทศบาลเป็นอย่างไรในปัจจุบัน เทศบาลเองก็ไม่ได้ปรับมานานแล้ว และในเทศบาลเราก็มีการหารือเรื่องนี้กันมานานแล้ว แต่เราไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไร ในเมื่อท่านตั้งใจที่จะปรับให้ทั้งระบบเราก็มานำเสนอข้อมูล และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของท่าน"  นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าว

 ขณะที่นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย ยืนยันเช่นกันว่า ทางสมาคมฯไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องการของปรับค่าตอบแทน  ซึ่งการประชุมของสมาคมฯในวันที่ 22 ธ.ค.ก็จะบอกสมาชิก ว่าอย่าเคลื่อนไหวในเรื่องนี้  เพราะไม่อยากให้ถูกนำไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง

  "อยากให้รัฐบาลทบทวนให้รอบคอบในการพิจารณาปรับค่าตอนแทน และมองภาพรวมทั้งระบบ มีเหตุผลรองรับ  ไม่ควรเป็นลักษณะของการเลือกปฏิบัติ เหมือนกับครั้งนี้ กรณีของอบต.กับ สว. ซึ่งรัฐบาลผ่านให้สำหรับสว.แต่สำหรับอบต.ต้องรอ ตรงนี้เป็นที่กังขาของสังคม"

 เนื่องจากมีข่าวออกมาก่อนหน้านั้นว่าจะปรับให้ สว.ก่อน เนื่องจากยกมือผ่านงบประมาณให้รัฐบาล  ซึ่งส่วนตัวมองว่าปัจจุบัน ค่าตอบแทนของนายกอบต.ยังต่ำกว่ากำนัน ในขณะที่ภาระกิจของอบต.ขนาดตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไปมากกว่ากำนันหลายเท่า เป็นต้นฉะนั้นหากรัฐบาลมีความจริงใจในการปรับค่าตอบแทนก็ควรจะต้องดูทั้งระบบ โดยเน้นไปที่ภาระกิจเป็นหลัก คนที่ทำงานหนักก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนที่ทำให้เขาทำหน้าที่ในการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธภาพ  

"ชวรัตน์"รับยังไม่ได้รับขึ้นค่าตอบแทนให้ อบจ.-เทศบาล

 ที่เมืองทองธานี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และทางสมาชิกสภาเทศบาลขอขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทน หลังจากที่กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณพิจารณาเห็นชอบการขึ้นค่าตอบแทนให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ว่า ตนยังไม่ศึกษารายละเอียดของทาง อบจ. เกี่ยวกับขั้นของเงินเดือนหรือค่าตอบแทนต่างๆ อีกทั้งยังไม่ได้รับเรื่องจากอบจ. และเทศบาลจะขอขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทนในส่วนไหน ซึ่งต้องดูก่อนว่า เหมาะสมแค่ไหน ทั้งนี้การขึ้นค่าตอบแทนให้อบต. เพราะมีฐานเงินค่าตอบแทนต่ำ ขนาดขึ้นค่าตอบแทนไปแล้ว ถือว่าต่ำกว่าเงินค่าตอบแทนในส่วนของเทศบาลเสียอีก

 เมื่อถามว่า ทางเทศบาลและอบจ.จะขอให้พิจารณาเพื่อขอขึ้นค่าตอบแทนและเงินเดือนเหมือนกับอบต.บ้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำจะพิจารณาหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า เราคิดว่า ค่าตอบแทนที่ขึ้นให้ อบต. เหมาะสมแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราศึกษามาเป็นอย่างดี ส่วนองค์กรอื่นจะขอขึ้นด้วย หรือไม่นั้นยังไม่ได้ศึกษา

 เมื่อถามว่า ในส่วนของ ส.ก. และส.ข. ที่ได้เดินทางมาพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาขอให้พิจารณาขึ้นเงินเดือนด้วยจะพิจารณาอย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า ต้องดูฐานของ ส.ก. และส.ข. เปรียบเทียบยึดโยงกับทุกฝ่าย รวมไปถึงการพิจารณาค่าครองชีพด้วยว่า มีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ต้องประทังเวลาให้กันหน่อย

 เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่หากพิจารณาอนุมัติการขึ้นเงินเดือนให้กับทุกฝ่ายตามที่ร้องขอมาเป็นการถูกมองว่าหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งใหญ่ นายชวรัตน์   กล่าวว่า   ไม่หรอก แล้วแต่ ทางรัฐบาลจะพิจารณานายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินเอง

 ด้านนาย สุรชัย ขันอาสา รักษาการอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า ยังไม่มีการเสนอขอเข้ามาจาก อบจ. และเทศบาล ถ้าเขาจะขอขึ้นต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละฝ่าย  ตนมองว่า เขาเพียงอาจจะเรียกร้อง แต่คงไม่มาขอพร้อมกันทีเดียวหรอก หลังจากการขึ้นค่าตอบแทน อบต.จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา มีผลในวันที่ 1 ม.ค. 54   ส่วนการขึ้นเงินเดือนของเทศบาล หรืออบจ. ก็มีพ.ร.บ.เทศบาล และกฎหมายรองรับอยู่ เขาจะขึ้นค่าตอบแทน หรือเงินเดือนอย่างไรก็ต้องมีเหตุผล

  “ ต้องพิจารณาดูพื้นที่ในการทำงาน ความรู้ความสามารถ มีความรับผิดชอบสูงหรือไม่ เหมือนกับการวางคนให้เหมาะกับงานเหมือน Put the right man on the right job ถ้าเราไม่พิจารณาอย่างนี้ คงไม่มีใครอยากทำงาน สมองจะไหลหมด ทำงานมากน้อยถือเป็นจุดสำคัญในการพิจารณา เทศบาลมีทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ มีสัดส่วนในการพิจารณาที่แตกต่างกันออกไป จะมองว่า เป็นการหาเสียงปูทางเลือกตั้งหรือไม่นั้น ทุกคนก็คิดได้ ข้าราชการมีหน้าที่ทำตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้ถือกดดันอะไร ถ้ากดดันมาก็ยกวาง เราจะไปรับทำไม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ” นายสุรชัย กล่าว   

 เมื่อถามว่า นายกฯเรียกไปสอบถามในครม.การขึ้นค่าตอบแทนให้กับข้าราชการการปกครองส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำของ อบต. นายสุรชัย กล่าวว่า   ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเหมือนกับข้าราชการพลเรือน จะขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในเดือนเม.ย. ปี 54  ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 51 -54 ยังไม่เคยขึ้นเงินเดือน เป็นเวลา 3 ปีแล้ว นายกฯจึงขึ้นให้ 5 เปอร์เซ็นต์

 ขณะที่นายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกล่าวว่า   ต้องพิจารณาตัวเลขมีความยึดโยงกับส่วนต่างๆอย่างไร ดูองค์ประกอบทั้งหมด ถ้าปรับแล้วจะกระทบต่องบพัฒนาท้องถิ่นหรือไม่   ถ้าปรับขึ้นไม่เยอะและไม่กระทบก็สามารถขึ้นเงินเดือนได้   ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้แล้ว โดยหลักการพิจารณาว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างๆยึดโยงเงินเดือนกันอย่างไร